http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม ความตั้งใจที่ต้องร่วมมือ

ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม ความตั้งใจที่ต้องร่วมมือ

 

 

 

ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม


Thai Fancy Fishเมื่อหลายปีก่อนที่กรมประมงมีนโยบายที่จะพัฒนาธุรกิจการส่งออกปลาสวยงามเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นเป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาสวยงามของภูมิภาคจึงได้จัดสร้างศูนย์ส่งออกปลาสวยงามบางขันธ์และพันธุ์ไม้น้ำที่ บางขันธ์ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคม 2543 โดยมีวัตถุประสงค์ให้ศูนย์ส่งออกเป็นจุดรวมในพื้นที่เดียวกันที่สามารถเอื้อต่อธุรกิจส่งออกได้อย่างเบ็ดเสร็จ (One stop service) และตลาดกลางปลาสวยงาม เป็นศูนย์กลางการซื้อขายที่สนับสนุนและขยายธุรกิจ การส่งออก  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจการค้าปลาสวยงาม และพรรณไม้น้ำให้เป็นธุรกิจที่มั่นคง เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำของภูมิภาค บางขันธ์แต่สิ่งไม่น่าเชื่อมันก็เกิดขึ้นเมื่อโครงการนี้แทบจะล้มหายไปจากความทรงจำของผู้ที่อยู่ในวงการปลาสวยงาม ศูนย์ที่ลงทุนไปหลายร้อยล้านบาท แทบจะไม่มีการดำเนินการใดๆที่ปรากฏเป็นรูปธรรมตามที่คาดหวังกันไว้ หลายคนคิดว่าวงการปลาสวยงามของประเทศไทยคงต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว และขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างถาวร

แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ด้วยการพยามทำงานอย่างหนักของ ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำและพันธุ์ไม้น้ำสวยงามกรมประมง ที่ได้เริ่มจัดการทำโครงสร้างยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม ปี 2555-2559 ภายใต้การร่วมมือของหลายส่วนทั้งรัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปลาสวยงามหลายกลุ่ม ได้ร่วมกันร่างยุทธศาสตร์ปลาสวยงามขึ้น จนกระทั่งสำเร็จเมื่อต้นปี2555 ที่ผ่านมา และเวลานี้ยุทธศาสตร์ปลาสวยงามแห่งชาติกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่ากว่าที่ยุทธศาสตร์ปลาสวยงามนี้เมื่อผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อไหร่ มันก็จะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อให้ธุรกิจปลาสวยงามของประเทศไทยเติบโตได้อย่างมีแนวทางที่ชัดเจน

และในครั้งนี้ www.Thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์ ซึ่งเกาะติดกับเรื่องนี้มาตลอด ก็ได้รับโอกาสให้เข้าสัมภาษณ์ถึงรายละเอียดต่างๆของร่างยุทธศาสตร์ปลาสวยงามในครั้งนี้ กับ คุณสมหวัง พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง และ ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำและพันธุ์ไม้น้ำสวยงาม กรมประมง
 

TFF: “ไม่ทราบว่า ยุทธศาสตร์ปลาสวยงามแห่งชาติ ที่กรมประมงกำลังจัดทำอยู่เป็นฉบับที่เท่าไหร่ครับ” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “เป็นฉบับแรกเลยนะ...เริ่มมาได้มาสองปีแล้ว ตรงนี้ต้องให้เครดิต ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล เพราะเขาเหนื่อย และลุยมากกับเรื่องนี้
TFF: “ทำไมถึงได้มีการคิดทำยุทธศาสตร์ปลาสวยงามครับ” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ที่จริงบ้านเราก็ส่งออกปลาสวยงามไปขายได้ตลอดนะ แต่ที่ผ่านมามันต่างคนต่างทำ ถึงแม้นจุดหมายมันจะเป็นอันเดียวกัน คือผลิตสินค้าที่ดีสุด ดังนั้นมันจึงต้องมีการร่วมมือกัน แต่เรื่องของการร่วมกลุ่มนี่มันเป็นจุดอ่อนของประเทศเรา ดังนั้นมันจึงควรมีการทำความเข้าใจกัน ทั้งในเรื่องตัวบทกฎหมาย และวิธีการปฏิบัติ ดังนั้นกรมประมงจึงตั้งธงไว้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะรบอย่างไรในตลาดปลาสวยงามของโลก นั่นก็คือ ยุทธศาสตร์
TFF: “ข้อดีที่ของยุทธศาสตร์ และสิ่งที่คาดหมายคืออะไรครับ” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร

รองสมหวัง: “คือ...อย่างนี้เราตั้งธงไว้ในปี 2560 เราจะเป็นศูนย์กลางการผลิตผู้ผลิตและส่งออกปลาสวยงามของโลก โดยมีเป้าหมาย ดังนี้

1. ผลผลิตและคุณภาพของปลาสวยงามส่งออกรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี

2. ผลผลิตของปลาสวยงามพันธุ์ใหม่/สายพันธุ์ใหม่ได้รับการพัฒนาเป็นสินค้าชนิดใหม่เพิ่มขึ้น

3. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมีรายได้อย่างน้อย 120,000 บาท/ครัวเรือน/ปี
4. จำนวนเกษตรกรรายใหม่ที่มีการขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้น 2,000 ราย
5. เกษตรกรมีการรวมกลุ่มเพื่อเป็นฐานในการผลิตและการค้าร่วมกันในรูปแบบ ชมรมธรรมชาติหรือวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ได้เพิ่มขึ้น 50 กลุ่ม (ปีละ 10 กลุ่ม)
6. มูลค่าการส่งออกปลาสวยงามเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 ต่อปี
7. จำนวนฟาร์มที่ได้รับมาตรฐานการผลิตและการส่งออกเพิ่มขึ้น 200 ราย
8. จำนวนตลาดปลาสวยงามภายในประเทศเพิ่มขึ้น 4 แห่ง

ดังนั้นเมื่อเรามียุทธศาสตร์ และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มันก็จะเป็นแนวทางในการทำงาน และรัฐก็จัดสรรงบประมาณเพื่อมาสนับสนุนธุรกิจด้านนี้ได้ง่ายขึ้น ภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ มันก็จะทำให้แต่ขั้นแต่ละปีมันมีแนวทางในการทำงาน ทำให้รัฐมีแนวทางในการที่จะสนับสนุนทั้งเรื่องของการวิจัย การลงทุน การผลิต การส่งเสริมเรื่องการตลาด รวมถึงการช่วยเหลือด้านกฎหมายต่างๆ ซึ่งตรงส่วนนี้อย่ามองว่าต้องเป็นรัฐอย่างเดียวที่ทำ แต่มันต้องร่วมกัน ทั้งเอกชน หน่วยงาน สถาบันการศึกษาต่างๆ เพียงแต่ตุ๊กตาเริ่มต้น มันก็ต้องเป็นรัฐ แต่การเริ่มมันก็ต้องฟังเสียงจากเอกชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ถ้ารัฐทำฝ่ายเดียว เขียนยุทธ์ศาสตร์แบบนี้อาทิตย์เดียวก็เสร็จ ไม่ต้องใช้เวลาสองปี”

TFF: “แล้วเกษตรกรรายย่อย ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตกลุ่มใหญ่ของธุรกิจนี้ พวกเขาจะได้อะไรจากยุทธศาสตร์ปลาสวยงามฉบับนี้ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับพวกเขา” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ต้องบอกว่าทุกส่วนมันโยงกันหมด ใหญ่ขาดเล็กก็ตาย เล็กขาดใหญ่ก็อยู่ไม่ได้ สำหรับเกษตรกรรายย่อย รัฐก็มองว่าจะทำอย่างไร ให้เกษตรกรสามารถทำปลาได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด ทั้งตลาดในและตลาดส่งออก ดังนั้นยุทธศาสตร์ฉบับนี้ มันก็จะเข้าไปส่ง เสริมความรู้ให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการของตลาด และเมื่อปลามีคุณภาพ ราคามันก็สูงขึ้น เมื่อเกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น มันก็จะมีการลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับสังคม และประเทศ ซึ่งในส่วนนี้รัฐก็จะเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนการลงทุนรวมถึงการส่งเสริมข้อมูลต่างๆอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวทางของยุทธศาสตร์ฉบับนี้”
 
TFF: “ที่ผ่านมาเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมักจะประสบปัญหาในการทำธุรกิจ นั่นคือพวกเขาเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ส่วนนี้รัฐจะช่วยเหลืออย่างไรบ้างครับ”
 
Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่า การจะช่วยเหลือไม่ใช่รัฐโยนเงินไปให้เลย แต่มันต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เพื่อให้เจ้าของเงิน อย่าง ธกส. หรือ SME BANK เข้าใจถึงความเสี่ยงของธุรกิจปลาสวยงามก่อน ซึ่งตรงนี้เราจึงต้องมามองตัวเราเองและพัฒนาให้มีศักยภาพในการชำระหนี้ด้วย ไม่ใช่จะมองว่าต้องให้กู้ง่ายๆ”
 
TFF: “เป็นได้มั้ยครับว่า กรมประมงจะเป็นผู้ให้เงินกู้กับเกษตรกรรายย่อยเอง โดยอาจจะเป็นในรูปแบบของกองทุน” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “มันมีกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แต่กับกรมประมงเองไม่มีระเบียบตรงนั้นอยู่ มันอาจจะเป็นไปได้ก็คือกรมประมงเป็นผู้แนะนำให้เกษตรกรไปหาแหล่งเงินทุนได้ที่ไหน ซึ่งมันอาจจะมีงบสนับสนุนมาแต่เงินไม่อยู่ที่นี่ มันจะไปอยู่ที่สถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งก็คือ ธกส.”
TFF: “แต่ ธกส. เองก็จะมุ่งไปให้ความสำคัญกับพืชผลการเกษตรมากกว่า ธุรกิจปลาสวยงาม” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ก็ใช่ เพราะที่ผ่านมามีการวิจัย วิเคราะห์เรื่องพืช เรื่องปศุสัตว์ แต่ประมงนี่ไม่มี ก็ต้องเข้าใจว่าธุรกิจสัตว์น้ำ ความเสี่ยงมันสูง ดังนั้นผมถึงบอกว่ามันต้องมีการลดขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสี่ยงลง เพราะธุรกิจนี้มีโอกาสจะทำรายได้ให้กับประเทศ ดังนั้นตรงนี้ต้องร่วมมือกัน ทำให้รัฐเห็นว่าธุรกิจนี้มีโอกาส รัฐก็จะสนับสนุนลงมาทั้งเรื่องงบประมาณด้วย”
ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล

ดร.อมรรัตน์: “พี่ขอเสริมเรื่องนี้ต่อจากท่านรองสมหวังนะคะ คือธุรกิจปลาสวยงามเป็นธุรกิจที่สินค้าที่ออกมาจะต้องเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าจริงๆ อย่างปลา100 ตัว อาจจะมีดีแค่ 3-5% ดังนั้นคนที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้จึงต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ที่มากพอ และอย่างถูกต้อง เพราะปลาสวยงามเป็นสินค้าที่หากมีคุณภาพ คุณไม่ต้องไปไหน ลูกค้าจะวิ่งเข้าหาคุณเอง เพราะธุรกิจนี้มันต้องมีการคัดกรองสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นมันจึงเป็นการพิสูจน์ว่าคนที่จะทำธุรกิจนี้มีความตั้งใจจริงหรือไม่ เพราะคนจริงก็จะสามารถอยู่ในธุรกิจนี้ได้ ดังนั้นคนที่จะทำธุรกิจนี้จึงต้องมีความรักในปลาสวยงามมาก่อน และอย่างเรื่องของกลุ่มและเครือข่าย อย่างกลุ่มปลากัดที่นครปฐม ซึ่งเขาเริ่มต้นมาด้วยตัวเอง มาจากครอบครัวเล็กๆ ต่อมาก็รวมกันเป็นกลุ่ม และกลุ่มของเขาทำปลากัดได้สัปดาห์ละสองแสน แล้วใครล่ะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนเขา ก็บริษัทส่งออก เพราะบริษัทก็ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งการจะกู้เงินกับธนาคารก็ต้องเป็นแบบนี้ มันต้องมีการทำงานเป็นระบบจริงๆ ไม่ใช่บอกว่าฉันจะทำปลาขายก็ไปขอกู้เงิน แบบนี้ธนาคารเขาคงไม่ให้ เพราะธนาคารก็ต้องวิเคราะห์ความเสี่ยง”

รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “อย่างที่ ดร.อมรรัตน์ พูด สถาบันการเงินเขาก็มองเรื่องความเสี่ยง ดังนั้นเราต้องทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้ แต่ชาวบ้านอยากให้เอาเงินมาให้เลย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ตราบใดที่ยังมีความเสี่ยง แต่หากคุณจะกู้เขาก็ต้องขอหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันความเสี่ยง ตรงส่วนนี้เราต้องเข้าใจ ดังนั้นในส่วนของยุทธ์ศาสตร์ปลาสวยงามฉบับนี้เราก็มีเรื่องนี้เขียนไว้ ถ้ารัฐเห็นว่ามีความสำคัญก็อาจจะให้มีกองทุนที่ไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน โดยให้เกษตรกรเข้ามาที่กรมได้เลย ที่จริงในส่วนนี้เคยมี แต่มันไม่มีเรื่องของปลาสวยงาม ส่วนเงินที่จะให้กู้มันก็คงไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ ในส่วนนี้เราอาจจะแบ่งระดับของการลงทุน อย่างรายย่อยก็มาที่กรม ระดับกลางก็ไปที่ ธกส. ส่วนรายใหญ่ๆก็ไปที่ BOI”
ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล ดร.อมรรัตน์: “ธุรกิจปลาสวยงามสามารถกู้บีโอไอได้ เพราะเวลานี้มีเคสตัวอย่างของนักธุรกิจท่านหนึ่งลงทุนทำฟาร์มโรวาน่า บนเนื้อที่กว่า400ไร่ ซึ่งก็กำลังดำเนินการคงอีกไม่นานก็จะเปิดตัว ตรงนี้เขาลงทุนเป็นพันล้าน จะเห็นว่ามันเป็นไปได้ในการหาแหล่งเงินทุนหากเรามีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนควบคุมความเสี่ยงได้ ทำให้สถาบันเห็นความสามารถในการชำระหนี้
TFF:ตอนนี้เรามียุทธศาสตร์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเดินคู่กันไปคือเรื่องของการตลาด ไม่ทราบว่าทางกรมประมงมีแนวทางส่งเสริมการตลาดอย่างไร” Thai Fancy Fish
ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล

ดร.อมรรัตน์: “มันเป็นสามเศร้า คือ กรมประมง ผู้ส่งออก และผู้ผลิต สำหรับผู้ส่งออกเขาจะอยากจะได้ความสะดวกในเรื่องกฎหมาย เพราะมาตรฐานการนำเข้าปลาสวยงามของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ซึ่งส่วนนี้รัฐก็พยามดูแล เพื่อให้เขาสามารถพุ่งออกไปแข่งขันได้ในตลาดโลก ส่วนผู้ผลิตเขาก็ต้องการขาย ให้ได้มากๆ ในส่วนนี้กรมก็จะช่วยเหลือการผลิตให้มีมาตรฐาน เพื่อจะได้ง่ายต่อการส่งออก และส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มโอกาสการขาย แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่าการเลี้ยงปลามันต้องเริ่มจากความรัก ความอดทน ความเข้าใจเกี่ยวกับปลา ขอยกตัวอย่างของปลาทองแล้วกันนะคะ อย่างปลาทองในภูมิภาคนี้ไม่มีใครส่งได้เลย นอกจากประเทศไทยของเรา เพราะอะไร ก็เพราะเรามีระบบมาตรฐานที่ดี ทางอียูเขาก็ยอมรับเรา หรืออย่างปลาหมอสี (ครอสบรีด) ปลาพวกนี้เริ่มพัฒนาในมาเลเซีย แต่ปัจจุบันคนไทยทำได้ดี เพาะได้สวยงามกว่า ทำให้สามารถขายได้ หรืออย่างปลากัดยักษ์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่มี แต่มันก็เกิดขึ้นมาได้เพราะเกษตรกรไทยเราเก่ง ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจลูกค้าเพราะเขาซื้อคุณภาพ และสินค้าปลาสวยงามเป็นสินค้าที่เฉพาะกลุ่ม ขายตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า เมื่อสินค้าเรามีคุณภาพ มันก็ขายได้ ส่วนผู้ส่งออกเขาก็ชอบเพราะสินค้าดี มันก็ขายง่าย มีเท่าไหร่เขาก็รับ นอกจากนั้นกรมประมงก็ยังสนับสนุนเรื่องการออกงาน fair ต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการสร้างยอดขายให้กับผู้ส่งออก ”

TFF: “ในส่วนที่ท่าน ดร.อมรรัตน์พูดมา อาจจะหมายถึงกลุ่มใหญ่ๆ หรือบริษัทผู้ส่งออก แต่ผมอยากจะถามถึงกลุ่มที่ค้าขายเองในอินเตอร์เน็ท ไม่ได้ผ่าน บริษัทส่งออก ซึ่งเป็นกลุ่มของรายย่อย เพาะเองขายเอง ในส่วนนี้กรมจะมีแนวทางช่วยเหลือดูแลอย่างไร”
 
Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ที่จริงมันมีอยู่ในยุทธศาสตร์อยู่แล้ว โดยกรมก็จะช่วยสนับสนุน แก้ไขปัญหาต่างๆที่เขาอาจจะเจอ เช่นการตรวจโรค กรรมวิธีการส่งออก แต่ที่จริงผมอยากให้กลุ่มย่อยๆมีการรวมกลุ่มกันนะ เพราะมันจะทำให้มีอำนาจในการต่อรอง และรัฐเองก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ง่าย แต่ตอนนี้มันยากตรงการให้รวมกลุ่มนี่ล่ะ เราต้องหาทางให้เขารวมกลุ่มกันให้ได้ ทั้งหมดมันก็เพื่อตัวพวกเขาเอง”
 
TFF: “กรมประมงจะมีการจัดการอย่างไรเพื่อให้ข้อมูลพวกนี้กับเกษตรกรบ้าง และกรมประมงมีแนวคิดอย่างไรที่จะช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนการค้าขายบนโลกออนไลน์หรือไม่ครับ”
 
Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ก็คงจะมีการอบรมเพื่อเสริมความรู้ แต่การจะจัดอบรมอะไรก็คงต้องดูกันอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องขั้นตอน เพราะเราก็อยากส่งเสริมให้รายย่อยสามารถส่งออกได้ โดยอาจะมีการทำระบบออนไลน์รวมเพื่อสนับสนุนรายย่อยให้ค้าขายได้ หรืออบรมให้ความรู้เรื่องภาษาในการค้าขายปลาสวยงาม เพราะเขาต้องค้าขาย แต่โดยรวมเราต้องทำให้เขาเข้าใจระบบ กลไกต่างๆก่อนการส่งออก ซึ่งระบบและกลไกเหล่านี้ไม่ใช่กรมประมงกำหนดนะ แต่ประเทศคู่ค้าเป็นคนกำหนด อย่างการตรวจโรค การกักปลา อะไรพวกนี้”
ดร.อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล ดร.อมรรัตน์: “ที่จริงเรื่องพวกนี้เขาต้องทำ แต่ที่เขาไม่ทำเพราะเขาคิดว่ามันยาก แต่เขาไม่รู้ว่าหากเขาทำแล้วเขาจะได้ประโยชน์มากกว่า สำหรับตอนนี้ก็คือรอเรื่องยุทธศาสตร์...ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยกับ ยุทธศาสตร์นี้ เขาก็จะหาเงินมาให้เพื่อเป็นงบประมาณในการจัดการ”
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ในส่วนนี้มันก็จะต้องใช้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมประมง กระทรวงเกษตร และอีกหลายส่วน ซึ่งอย่างที่บอกมันต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง”
TFF: “สุดท้ายผมอยากให้ช่วยสรุปถึงกรอบแนวคิดสำหรับผู้ที่สนใจการทำธุรกิจปลาสวยงาม” Thai Fancy Fish
รองอธิบดีกรมประมง คุณสมหวัง พิมลบุตร รองสมหวัง: “ผมอยากจะบอกว่า ปลาสวยงามเป็นสิ่งบันเทิงใจ กำหนดราคาได้ด้วยผู้ขาย เพียงแต่ตอนนี้เราเสียอำนาจในการกำหนดราคาไป เราทำให้อำนาจไปอยู่ที่เขา เพราะเราขาดการรวมกลุ่ม ทำให้เราไม่มีอำนาจต่อรอง และในส่วนของผู้ที่เข้ามาในธุรกิจนี้ ผมอยากจะบอกว่า ธุรกิจนี้มันต้องเริ่มต้นด้วยความรัก และหมั่นศึกษาหาข้อมูล หาความต้องการของตลาดให้เจอ ธุรกิจนี้มันไม่มีวันหยุด คุณต้องทำงานทุกวัน และพัฒนาตัวเองตลอด

     Thai Fancy Fishยุทธศาสตร์ปลาสวยงามนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาธุรกิจปลาสวยงามของประเทศ เพียงแต่เวลานี้การเผยแพร่ข่าวสารเรื่องนี้กลับน้อยเกินไป และสื่อที่ทำมาหากินกับธุรกิจปลาสวยงามก็ไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายส่วนก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญ เท่าที่ผมได้สัมผัส ได้พูดคุยด้วย หลายคนก็มองว่ามันเป็นไปได้ยาก และอาจจะมีบทสรุปเหมือนที่ผ่านๆมา นั่นหมายถึงผมอาจจะคิดผิดที่มีความหวังกับยุทธศาสตร์ปลาสวยงามนี้

       แต่ถึงอย่างไรผมก็มีความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีสิ่งไหนในโลกจะสำเร็จลงได้ หากเราไม่กล้าคิด ไม่กล้าเริ่มต้น และไม่ยอมลงมือทำ ดังนั้นยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม มีคนกล้าคิด กล้าเริ่มต้นแล้ว มันก็อยู่ที่พวกเราจะทำมันให้สำเร็จ หรือจะปล่อยให้มันตายไป

      หวังว่าร่างยุทธศาสตร์ปลาสวยงามฉบับนี้ จะผ่านการเห็นชอบจาก ครม. ออกมาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมธุรกิจปลาสวยงามของไทย ให้เติบโต สามารถแข็งขันได้ในตลาดโลก และไทยแฟนซีฟิช นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์ จะคอยติดตาม ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม แล้วนำมาบอกเล่าเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจต่อไปต่อไป

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ขายปลาสวยงามออนไลน์ ร้านขายปลาสวยงาม ประมูลปลาสวยงาม ประมูลสัตว์เลี้ยง Aqua bid การท่องเที่ยว เที่ยวไทย แหล่งท่องเที่ยวในไทย ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม3,979,442
เปิดเพจ5,368,532
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view