http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ตลาดปลาสวยงามของสหรัฐอเมริกา ที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

ตลาดปลาสวยงามของสหรัฐอเมริกา ที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

ปลาสวยงาม

 

 

     ธุรกิจปลาสวยงามบางครั้งเราต้องยอมรับว่าคนที่มาทำธุรกิจเพาะเลี้ยงปลาสวยงามส่วนมาก จะเป็นกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบต่อปลาที่เลี้ยงชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็อาจจะไม่ใช่ปลาที่ตลาดใหญ่รองรับ แต่เมื่อคุณคิดจะมาทำธุรกิจปลาสวยงามเพื่อส่งออก คุณคงต้องเปลี่ยนแนวคิดเรื่องความชอบส่วนตัว กับความต้องการของตลาดเพราะหากต้องการขายเราต้องมองตลาดและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้นการรู้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าจะมีประโยชน์ เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้เราเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีโอกาสขายได้ หรือขายได้น้อยไม่คุ้มกับการลงทุน ในวงการปลาสวยงามของประเทศไทย เราคงจะทราบกันดีว่าตลาดใหญ่ของลูกค้าที่นิยมซื้อปลาจากไทย สหรัฐอเมริกา ก็ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของปลาสวยงามที่ผลิตได้ในประเทศไทย และครั้งนี้ผมมีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับตลาดปลาสวยงามของสหรัฐอเมริกามาฝาก ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจในธุรกิจนี้บ้างพอสมควร

ตลาดปลาสวยงามของสหรัฐฯ
thaifancyfish.com Fish Magazine onlineปลาสวยงามเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐฯ จากการสำรวจเจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯในปี ๒๐๑๑ ของ American Pet Products Association (APPA) พบว่าประมาณร้อยละ ๔๐ เลี้ยงปลาสวยงาม ส่วนใหญ่ของตลาดปลาเลี้ยงสวยงามของสหรัฐฯเป็นปลาน้ำจืด เป็นปลาที่ได้รับความนิยมและมีวางจำหน่ายมากที่สุดในสหรัฐฯคือNeon Tetras, Angelfish, Betta (Siamese Fighting Fish), Kissing Gourami, Guppy (Fantail), Oscar, Mollies, Zebra Danios, Jack Dempsey, Swordtail Platy, Cichlids, และ Discus แหล่งอุตสาหกรรมธุรกิจการค้าและการนำเข้าปลาเลี้ยงที่สำคัญของสหรัฐฯคือรัฐแคลิฟอร์เนีย

ไทยแฟนซีฟิช ออนไลน์ www.thaifancyfish.com www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

แหล่งอุปทาน
ครึ่งหนึ่งของอุปทานปลาสวยงามในตลาดสหรัฐฯมาจากแหล่งเลี้ยงในสหรัฐฯและอีกครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งอุปทานส่งออกจากประเทศในเอเซีย ปลาสวยงามที่เป็น tropical fish ที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยงในสหรัฐฯเกือบจะทั้งสิ้นมาจากภาคใต้ของรัฐฟลอริด้า ประมาณร้อยละ ๙๐ – ๙๕ ของ tropical fish ที่จำหน่ายในร้านขายสัตว์เลี้ยงที่เป็น franchise ของบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ มาจากรัฐฟลอริด้า

แหล่งผลิตในสหรัฐฯ 
สภาวะอากาศร้อนชื้นแบบเมืองร้อนและความอุดมสมบูรณ์ของน้ำทำให้รัฐฟลอริด้าเป็นรัฐที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฟาร์มผลิตปลาเลี้ยงที่เป็น tropical fish ของสหรัฐฯ อุตสาหกรรมฟาร์มผลิตปลาเลี้ยงของรัฐฟลอริด้ามีอายุประมาณ ๗๐ ปี และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำรายได้หลักให้แก่รัฐ สถิติครั้งล่าสุดในปี ๒๐๐๗ ระบุยอดจำหน่ายว่าเท่ากับ ๓๒.๒ ล้านเหรียญฯ สินค้าที่มีปริมาณการจัดส่งทางอากาศออกจากสนามบิน Tampa International Airport มากเป็นอันดับหนึ่งคือ tropical fish

ฟลอริด้ามีฟาร์มผลิตปลาและไม้น้ำที่มีใบอนุญาตประกอบการกว่า ๒๐๐ ฟาร์มอยู่รวมกันหนาแน่นในบริเวณเมืองTampa แต่ละฟาร์มมีขนาดระหว่าง ๕ – ๑๐๐ เอเคอร์ และเป็นการขุดบ่อเลี้ยงบนพื้นดิน รองลงมาเป็นแหล่งเลี้ยงในเมืองไมอามี่ แต่ละฟาร์มมีขนาดระหว่าง ๑ – ๕ เอเคอร์ เป็นการเลี้ยงในบ่อคอนกรีตเหนือพื้นดิน จำนวนบ่อเลี้ยงปลาในแต่ละฟาร์มมีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย ทั้งที่เป็นการเลี้ยงกลางแจ้งและที่เป็นการเลี้ยงใน greenhouse ภาคธุรกิจนี้มีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งมีการจัดตั้ง Florida Tropical Fresh Farm Association คอยดูแลสมาชิกซึ่งปัจจุบันมีประมาณ ๒๓๑ ราย นอกจากจะเป็นแหล่งฟาร์มเลี้ยงแล้ว รัฐฟลอริด้ายังเป็นแหล่งธุรกิจ transshipper ของปลาที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติจากอเมริกาใต้และอาฟริกาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

ศักยภาพของแหล่งเลี้ยงในประเทศสหรัฐฯในการเป็นคู่แข่งขันกับสินค้านำเข้า

ศักยภาพในการเป็นคู่แข่งขันกับสินค้านำเข้าของปลาจากแหล่งเลี้ยงในสหรัฐฯโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐฟลอริด้า

๑.    ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาอยู่ในระดับสูงมาก เงื่อนไขสำคัญที่สนับสนุนคือ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าจะสามารถกระทำได้ในราคาที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้านำเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเท่ากัน ผู้ประกอบการในรัฐฟลอริด้าได้เปรียบในเรื่องของมูลค่าสินค้า เพราะสามารถส่งสินค้าปลาที่มีขนาดใหญ่ได้ในจำนวนที่มากกว่าสินค้านำเข้า เพราะจะได้เปรียบในเรื่องของน้ำหนักสินค้า

๒.    ความได้เปรียบในเรื่องระยะทางขนส่งทำให้ส่วนใหญ่ของปลาจากรัฐฟลอริด้าจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมวางจำหน่ายได้เร็วกว่า ในขณะที่ปลานำเข้าจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูให้ฟื้นจากการเดินทางในระยะไกลเป็นระยะเวลานานกว่าเพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมจำหน่ย

๓.    ความได้เปรียบในเรื่องความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าหลังจากได้รับคำสั่งซื้อที่ในบางครั้งสามารถกระทำได้ภายในเวลาเพียง ๒๔ ชั่วโมง

๔.    ความได้เปรียบในเรื่องของความสามารถที่จะจัดส่งสินค้าให้ได้ตามชนิด ขนาด และจำนวนที่ลูกค้าต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องมี “minimum order”

๕.    ความได้เปรียบในเรื่องความช่วยเหลือจากภาครัฐ และจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง University of Florida ที่ให้การสนับสนุนที่เป็นข้อมูลเทคโนโลยี่การเลี้ยง การวิเคราะห์วิจัยต่างๆ เพื่อให้ได้ปลาที่มีคุณภาพหรือปลาสายพันธุ์ใหม่ๆ ทำให้ผู้ผลิตในรัฐฟลอริด้าได้ เปรียบผู้ผลิตในหลายๆประเทศ นอกจากนี้ยังได้เปรียบในเรื่องของสามารถเข้าถึงอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพได้โดยสะดวก

๖.    ความสามารถที่จะตอบสนองลูกค้า เนื่องจากรัฐฟอริด้ามีปลาน้ำจืดเสนอขายถึงกว่า ๘๐๐ สายพันธุ์ พืชน้ำอีกประมาณ ๒๐๐ สายพันธุ์ และสัตว์น้ำและครึ่งบกครึ่งน้ำประเภทอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากทั้งที่เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองสหรัฐฯและที่เป็นสายพันธุ์ของประเทศต่างๆ

๗.    ได้เปรียบในเรื่องความเร็วในการรับรู้ข้อมูลตลาดการค้าที่รวมถึงชนิดของปลาที่กำลังได้รับความนิยมสูงในตลาดในแต่ละช่วงเวลาในปี ๒๐๑๐ รัฐฟลอริด้าประสบปัญหาอากาศหนาวจัดผิดปกติส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงและการผลิตปลา tropical fish มีรายงานความสูญเสียว่าสูงเกือบจะร้อยเปอร์เซนต์ เปิดโอกาสให้ปลานำเข้าจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาแทนที่ในตลาด

แหล่งอุปทานนำเข้า
ในบรรดาสัตว์เลี้ยงที่สหรัฐฯนำเข้า ปลาสวยงามเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีการนำเข้าสหรัฐฯมากที่สุด และส่วนใหญ่ของปลาสวยงามนำเข้าจะเป็นปลาน้ำจืดนำเข้าจากแหล่งอุปทานในเอเซีย ในปี ๒๐๑๑  สหรัฐฯนำเข้าปลาสวยงามเป็นมูลค่า ๓๗.๒ ล้านเหรียญฯ แบ่งเป็นมูลค่านำเข้าปลาทอง ๓.๕ ล้านเหรียญฯ ลดลงร้อยละ ๗.๑๗ และมูลค่านำเข้าปลาคราพ (Koi) ๒.๖๕ ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๗๔ ที่เหลือเป็นการนำเข้าปลาสายพันธุ์อื่นๆที่ไม่มีการระบุแยกชนิดของปลา

ไทยแฟนซีฟิช ดอท คอม

 

สถิตินำเข้าปลาสวยงามของสหรัฐฯเรียงตามลำดับแหล่งอุปทานในระหว่างปี2009 – 2011
แหล่งอุปทาน

 

มูลค่านำเข้า(ล้านเหรียญฯ)
มกราคม – ธันวาคม
ส่วนแบ่งตลาด (ร้อยละ)
 
%เปลี่ยนแปลง
2009 2010 2011 2009 2010 2011 11/10
ทั่วโลก 39.06 37.23 37.20 100.00 100.00 100.00 -0.06
๑. สิงค์โปร์ 7.24 7.53 8.03 18.47 20.24 21.58 6.55
๒. ไทย 6.63 6.57 7.23 16.97 17.66 19.44 10.05
๓. อินโดนิเซีย 5.20 4.72 4.36 13.31 12.68 11.76 -7.30
๔. ศรีลังกา 2.80 2.46 2.82 7.17 6.60 7.58 14.88
๕. ฟิลิปปินส์ 2.70 2.30 2.25 6.93 6.17 6.04 -2.19
๖. ฮ่องกง 1.55 1.78 1.86 3.96 4.79 5.00 4.26
๗. ญี่ปุ่น 1.87 2.00 1.76 4.78 5.37 4.72 -12.22
๘. ไต้หวัน 1.07 1.11 1.37 2.75 2.98 3.69 23.62
๙. มาเลเซีย 1.02 0.79 0.91 2.60 2.12 2.45 15.21
๑๐. จีน 1.28 1.24 0.85 3.29 3.32 2.30 -30.82

จุดขนถ่ายสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ
ปลาเลี้ยงนำเข้าจะขนถ่ายขึ้นสหรัฐฯได้เฉพาะท่านำเข้าที่สหรัฐฯกำหนดไว้เท่านั้นคือท่านำเข้าที่เมือง Atlanta, Baltimore, Boston, Chicago, Dallas/Ft. Worth, Honolulu, Los Angeles, Miami, New Orleans, New York/Newark, Portland, San Francisco, และ Seattle หากมีความจำเป็นต้องนำเข้าที่ท่านำเข้าอื่น อาจจะยื่นคำร้องขอกับหน่วยงาน U.S. Fish and Wildlife Service ได้

ในปี ๒๐๑๑ เกินกว่าครึ่งหรือประมาณร้อยละ ๖๖ ของมูลค่านำเข้าสหรัฐฯรวมทั้งสิ้นของสินค้าปลาเลี้ยงผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครลอสแอนเจลิส ร้อยละ ๑๑ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรซาวาน่า รัฐจอร์เจีย ร้อยละ ๖ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครนิวยอร์ค และร้อยละ ๕ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรไมอามี่ ร้อยละ ๖๗ ของมูลค่านำเข้าปลาทองผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครลอสแอนเจลิส และร้อยละ ๒๕ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครนิวยอร์ค ร้อยละ ๔๔ ของมูลค่านำเข้าปลาคราพผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครลอสแอนเจลิส ร้อยละ ๒๓ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครนิวยอร์ค ร้อยละ ๑๔ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรนครซานฟรานซิสโก และร้อยละ ๑๒ ผ่านขึ้นที่ด่านศุลกากรฮอนโนลูลู

ภาษีนำเข้า
ปลาเลี้ยงไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯแต่ผู้นำเข้าอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจัดการให้แก่ศุลกากรสหรัฐฯ และต้องจ่ายชำระค่าธรรมเนียมการตรวจหรือ“user fees” ให้แก่ U.S. Fish and Wildlife Service (USFWS) ค่าธรรมเนียมนี้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละด่านนำเข้า

การทำบรรจุภัณฑ์ส่งออก
บนบรรจุภัณฑ์สินค้าที่นำเข้าสหรัฐฯจะต้องระบุชื่อและที่อยู่ของ shipper และ consignee ชื่อและสายพันธุ์ของปลาและจำนวนปลา

ระบบการกระจายสินค้า
ปลาที่ผ่านขึ้นที่ด่านนำเข้าและผ่านขบวนการตรวจของ USFWS และศุลกากรแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ขบวนการปรับสภาพอากาศเพื่อให้ปลาปรับตัวเข้ากับอากาศนอกถุงที่ปลาถูกจัดส่งมา หลังจากนั้นการกระจายสินค้าปลาจะเกิดขึ้นทางใดทางหนึ่งใน ๒ ทาง คือ
(ก)    ถูกปล่อยลงแท๊งของผู้ค้าส่ง ปลาเหล่านี้เรียกว่าเป็น “wholesale fish”     หรือ
(ข)    ถูกนำไปบรรจุใหม่และจัดส่งต่อออกไปโดยทันทียังผู้ค้าส่งหรือร้านที่อยู่ไกลออกไปในพื้นที่หรือมลรัฐอื่นๆปลาเหล่านี้เรียกว่าเป็น “tans-shipped fish”  มีประมาณการณ์จำนวนผู้ค้าส่งในนครลอสแอนเจลิสว่ามีไม่เกิน ๑๒ ราย และมีประมาณการณ์ว่าผู้ประกอบธุรกิจเป็น trans-shippers ในสหรัฐฯมีจำนวนหลายร้อยราย โดยปกติแล้วปลา “wholesale fish” จะมีราคาแพงกว่า ปลา “trans-shipped fish”

หน่วยงานควบคุม 
หน่วยงานควบคุมหลัก คือ U.S. Fish and Wildlife Service USFWS (www.fws.gov) และหน่วยงาน US Customs (www.customs.gov) ที่จะทำการตรวจสินค้านำเข้าเพื่อพิจารณามูลค่าสินค้าและเรียกเก็บภาษี ถ้าจำเป็น

ตามกฎหมายสหรัฐฯ สัตว์ที่เกิด ผสมพันธุ์ หรือฟักตัวในที่กักขัง (breed in captivity) ถือว่าเป็นสัตว์ป่า ด้วยเช่นกัน ดังนั้นปลาเลี้ยงที่นำเข้าสหรัฐฯและการค้าปลาเลี้ยงข้ามมลรัฐ ทั้งที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติและมาจากการเพาะเลี้ยง อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงาน U.S. Fish and Wildlife Service (USFWS) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หน่วยงาน USFWS จะทำหน้าที่

๑.    ออกใบอนุญาตนำเข้า  ผู้นำเข้าปลาเลี้ยงจะต้องมีใบอนุญาตนำเข้าสัตว์ป่าออกให้โดย USFWS และในการนำเข้าแต่ละครั้งจะต้องกรอกฟอร์ม Importation or Exportation of Fish or Wildlife (Form 3-177)

๒.    ตรวจสอบสินค้าปลาเลี้ยงนำเข้าสหรัฐฯที่ด่านนำเข้า อาจจะหมายถึงการเปิดตู้ขนส่งดูสินค้าหรือการตรวจเอกสารแต่เพียงอย่างเดียว ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อ USFWS ที่ด่านนำเข้าแจ้งการเดินทางมาถึงของสินค้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนที่สินค้าจะเดินทางมาถึงท่านำเข้า

๓.    กำหนดด่านนำเข้าสัตว์ป่ารวมถึงปลาเลี้ยง ด่านนำเข้าเหล่านี้ได้แก่ Anchorage รัฐอลากส้า Atlanta รัฐจอร์เจีย Chicago รัฐอิลินอยส์ Los Angeles รัฐแคลิฟอร์เนีย Miami รัฐฟลอริด้า และ New Orleans รัฐหลุยเซียน่า การนำเข้าที่ด่านอื่นๆที่ USFWS ไม่ได้กำหนดให้เป็นด่านนำเข้าสามารถกระทำได้ถ้าสินค้าที่นำเข้าไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตนำเข้า(ในกรณีที่ไม่ได้นำเข้าเพื่อการค้า) ผู้นำเข้ายื่นคำร้องและได้รับอนุญาตจาก USFWS และด่านนั้นมีเจ้าหน้าที่ของ USFWS ประจำและมีความ สามารถที่จะตรวจปลาได้

๔.    กำหนดห้ามค้าสัตว์น้ำและปลาบางสายพันธุ์ที่สหรัฐฯกำหนดว่าเป็น “injurious wildlife” และอยู่ใต้การคุ้มครองของกฎหมาย Lacey Act ห้ามการนำเข้าสหรัฐฯและการค้าในสหรัฐฯหรือการค้าข้ามมลรัฐ สัตว์น้ำที่สหรัฐฯมีกฎหมายควบคุมห้ามการนำเข้า เช่น walking catfish, mitten crabs, zebra mussels, snakehead fishes และ Arowana

๕.    ออกใบอนุญาตการค้า ผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกจะต้องมีใบอนุญาตประกอบการค้าสัตว์มีชีวิตนอกจากหน่วยงาน USFWS ของรัฐบาลกลางแล้ว การค้าสัตว์นำเข้ายังอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบของแต่ละมลรัฐที่อาจจะมีเพิ่มเติมขึ้นจากกฎหมายและกฎระเบียบของรัฐบาลกลาง แต่ละมลรัฐอาจจะมีข้อห้ามการนำเข้าไปยังมลรัฐปลา ไข่ปลา หรือตัวอ่อนปลาบางสายพันธุ์ที่กฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯไม่ห้ามการนำเข้า แต่ละมลรัฐอาจจะห้ามค้าปลีกปลาเลี้ยงบางสายพันธุ์ หรือกำหนดให้ผู้นำเข้าและผู้ค้าจดทะเบียนไว้กับมลรัฐ กรณีตัวอย่างเช่น ในกลางปี ๒๐๑๑ เมืองซานฟรานซิสโกพยายามจะออกกฎหมายห้ามธุรกิจค้าปลีกสัตว์เลี้ยงตั้งอยู่ในเขตเมือง ห้ามการค้าสัตว์เลี้ยงสุนัข แมว หนูถีบจักร และปลาที่มาจากการเพาะเลี้ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาทอง ปลาสายพันธุ์ Betta และ Guppy

ปัญหาและอุปสรรค

๑.    ตลาดหลักของการบริโภคปลาเลี้ยงคือเด็กและคนหนุ่มสาว ปัจจุบันทัศนะคติการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคกลุ่มนี้เปลี่ยนไป รูปแบบของงานอดิเรกและการใช้เวลาว่างเปลี่ยนไปเช่นกัน ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสนใจกับการเล่นอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ใหม่ๆมากกว่าการเลี้ยงปลาเป็นงานอดิเรก

๒.    ร้านค้าปลีกปลาสวยงามในตลาดสหรัฐฯที่เป็นร้านขนาดเล็กมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ ตลาดค้าปลีกถูกถือครองโดยร้านค้าปลีกที่เป็นสาขาของบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ที่เรียกว่า big box chain stores เพียงสองราย บริษัทธุรกิจที่ครองตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงคือ

ก.    PetSmart, Inc., 19601 N. 27th Avenue, Phoenix, AZ 85027, Tel: 623 580-6100, www.phx.corporate-ir.net  เป็นธุรกิจค้าปลีกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง (รวมถึงปลาเลี้ยงทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีสาขาทั่วสหรัฐฯ คานาดา และปัวโตริโก้ ประมาณ ๑,๒๓๒ สาขา ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการในไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๐๑๑ ประมาณ ๑.๖ พันล้านเหรียญฯ ยอดจำหน่ายของทั้งปี ๒๐๑๑ ประมาณ ๖.๑ พันล้านเหรียญฯ มีประมาณการณ์ว่าในปี ๒๐๑๒ บริษัทฯมีส่วนแบ่งในตลาดการค้าสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงประมาณร้อยละ ๔๔.๓

ข.    PETCO Animal Supplies Inc. เป็นธุรกิจค้าปลีกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง (รวมถึงปลาเลี้ยงน้ำจืดและน้ำเค็ม) ใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นบริษัทส่วนบุคคลจึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายได้ และเป็นบริษัทเดียวที่มีสาขาอยู่ในทุกมลรัฐทั่วสหรัฐฯจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑,๑๐๐ แห่ง ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ ๒๐.๗

๓.    ร้าน big box chain stores มีปลาวางจำหน่ายน้อยและเป็นปลาพื้นๆราคาถูกสำหรับเด็กหรือคนเริ่มต้นเลี้ยงปลา ในขณะที่ร้านขายปลาโดยเฉพาะที่เป็น independently own จะมีชนิดของปลาให้เลือกมากกว่าและปลามีราคาแพงกว่า แต่ร้านเหล่านี้มีจำนวนน้อยมากและส่วนใหญ่จะไม่ทำการนำเข้าเอง

๔.    ธุรกิจการค้าปลาเลี้ยงเป็นธุรกิจที่ต้องการเงินลงทุนสูงและต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เป็นอุปสรรคต่อนักธุรกิจรายใหม่ๆที่ต้องการเข้าสู่ตลาด ดังนั้นการเติบโตของตลาดค้าปลีกจึงอยู่ในระดับต่ำมากซึ่งหมายถึงจำนวนผู้รับซื้อปลาที่มีจำนวนจำกัด ส่งผลทำให้การตลาดค้าส่งปลา tropical ในสหรัฐฯมีการแข่งขันกันสูงมาก

๕.    เนื่องจากตลาดมีขนาดเล็ก การแข่งขันในตลาดนำเข้าจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก นอกจากจะเป็นการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ส่งออกแล้วยังจะต้องแข่งขันกับผู้ผลิตปลาเลี้ยงภายในประเทศสหรัฐฯด้วย

๖.    ข้อมูลตลาดรวมถึงข้อมูลการบริโภคมีน้อย

โอกาส
โอกาสที่จะช่วยให้สามารถประสบความสำเร็จในตลาดได้คือ

๑.    ความสามารถที่จะนำเสนอปลาหลากหลายสายพันธุ์ให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯเลือก เนื่องจากสหรัฐฯเป็นประเทศใหญ่มากและผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่จะนิยมปลาเลี้ยงต่างชนิดกัน อย่างไรก็ดี สำหรับผู้บริโภคทั่วไปแล้วเงื่อนไขหลักในการเลือกชนิดของปลาคือ สี ความง่ายในการเลี้ยงและการดูแลรักษา และราคา สำหรับผู้บริโภคที่เป็นนักเล่นปลาอย่างแท้จริงจะสนใจเลือกซื้อปลาพันธุ์ที่หายากหรือปลาแปลกๆ เช่น ปลาที่ผ่านการผสมพันธุ์ด้วยเทคโนโลยี่ใหม่ๆ เช่น ปลาเรืองแสง (Fluorescent Fish) หรือ GloFish®  เป็นต้

๒.     เงื่อนไขที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันที่ผู้ส่งออกจะต้องนำไปพิจารณาเพื่อหาโอกาสในการ
แข่งขันในตลาด คือ
   -    การลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้า
   -    กรรมวิธีการขนส่งปลาที่จะลดจำนวนปลาตายในระหว่างการขนส่งให้มากที่สุด และที่จะช่วยรักษาคุณภาพของปลาไว้ได้อย่างดีที่สุดเมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

๓.    ใช้ประโยชน์สื่ออิเลคโทรนิกส์อินเตอร์เน็ทในการนำเสนอสินค้าทางไกลให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯได้ทราบ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครลอสแอนเจลิส
๔ เมษายน ๒๕๕๕
ข้อมูลตลาดปลาสวยงามของสหรัฐฯ เพิ่มเติม


ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 






godaddy web statistics

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ขายปลาสวยงามออนไลน์ ร้านขายปลาสวยงาม ประมูลปลาสวยงาม ประมูลสัตว์เลี้ยง Aqua bid การท่องเที่ยว เที่ยวไทย แหล่งท่องเที่ยวในไทย ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท08/08/2017
ผู้เข้าชม4,060,559
เปิดเพจ5,466,827
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view