http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




แขยงธง ปลาที่ถูกพูดถึงครั้งแรกในไทย

แขยงธง ปลาที่ถูกพูดถึงครั้งแรกในไทย
www.thaifancyfish.com Fish Magazine online
 

Mystus bocourti (Bleeker 1864)
ปลาแขยงธงนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปรากฏงานวิจัยมากมายที่เกี่ยวข้องกับ “ปลา” ไม่ว่าจะเป็น การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาของปลานั้นๆ เป็นต้น ฟังดูดีน่ะครับ หากแต่เนื้อหาต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ถูกสื่อสารออกมาให้กับประชาชนผู้ที่สนใจได้ทราบกันมากนัก แน่นอนที่ย่อมต้องมีเหตุผลหลายประการถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้าง แต่หนึ่งในเหตุผลหลัก คงหนีไม่พ้นกับประโยคที่ว่า “ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของเราเลยสักนิด ” ไม่เป็นไรครับผม ความคิดดังกล่าวนี้เคยถูกเปรยในประเทศที่พัฒนาแล้ว ท้ายที่สุดทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชนของประเทศเหล่านี้ ได้เข้ามารับรู้ เรียนรู้ และ แก้ไข ปัญหาดังกล่าว เราคงต้องเตือนตนเองว่า ต่อให้ประเทศจะเฟื่องฟูมากมายเพียงใด ย่อมต้องมีส่วนที่เสียหายมากมายด้วยเช่นกันครับผม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้มีเพียงด้านที่เราชอบ เราอยากเห็น และ อยากเป็น ด้านเดียวเท่านั้น


เรื่องราวงานเขียนต้นฉบับที่กล่าวถึงปลาไทยตรงๆนั้น หากถามผมแล้วเท่าที่ทราบคงบอกได้ว่ามีในระดับหนึ่ง แต่ก็มีอีกไม่น้อยทีเดียวที่ชื่อปลาของไทยนั้นถูกนำไปควบรวมกับปลาของประเทศอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกับเรา ซึ่งประเด็นตรงนี้เราต้องรอคอยการพิสูจน์ต่อไป

 
วันนี้ผมขออนุญาตหยิบยกกลุ่มปลามีหนวด แถมพบว่า ปลาตัวนี้ถูกบรรยายครั้งแรกในประเทศเราเลย ส่วนจะเป็นสกุลใด ชนิดใด ติดตามรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้ครับผม.

ปลาแขยงธง

Mystus bocourti (Bleeker 1864)
ชื่อพ้อง : Heterobagrus bocourti Bleeker 1864
Prajadhipokia rex Fowler 1934
ชื่อเรียกโดยทั่วไป : Hi fin Mystus, Silver Lancer
ชื่อไทย : ปลาแขยงธง.
 

แนวทางการพิจารณา :
ปลาแขยงธงนี้ มีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากปลาในวงศ์ปลากด และ ปลาแขยง อื่นๆที่พบในแถบเอเชียด้วยกัน (ยกเว้น Bagrichthys hypselopterus ที่พบใน สุมาตรา อินโดนีเซีย) ก็คือ มีครีบหลังที่ยาวสูงเด่นเป็นพิเศษ.

แขยงธง สุมาตรา อินโดนีเซีย

มีหนวดนับได้ 4 คู่ (ในรายงานของอาจารย์ Fowler (1936) ระบุว่าหนวดที่ยาวที่สุด คือ หนวดขากรรไกรบนซึ่งสามารถยาวได้ถึงกลางของครีบหาง) , ครีบไขมันใหญ่และยาว , เส้นข้างลำตัวสมบูรณ์.
ครีบหลังประกอบด้วยก้านครีบแข็ง 2 ก้านครีบ (โดยที่ก้านครีบแข็งที่สองจะยาวและไม่มีรอยหยักหลังก้านครีบ) + ก้านครีบอ่อนที่แตกแขนง 7 ก้านครีบ. ; ก้านครีบก้นประกอบด้วยก้านครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 3 ก้านครีบ + ก้านครีบอ่อนที่แตกแขนง 7 ก้านครีบ ; ก้านครีบท้องประกอบด้วยก้านครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 1 ก้านครีบ + ก้านครีบอ่อนที่แตกแขนง 5 ก้านครีบ ; ก้านครีบหูประกอบด้วยก้านแข็ง 1 ก้านครีบ + ก้านครีบอ่อนที่แตกแขนง 11 ก้านครีบ. ครีบหางยาวและเว้าลึก.

ปลาแขยงธง


ขนาด : 23.5 -24.0 ซม.
สี : จากรายงานการบรรยายของ อาจารย์ Tyson R. Robert (1994) ระบุว่าในเรื่องของสีบนลำตัว มีความแปรปรวนผกผันตามแหล่งที่พบ เช่น ปลาแขยงธงทีพบในแม่น้ำชี จะออกสีบรอนซ์ ครีบทุกครีบออกสีคล้ำ นอกจากนี้ ในงานบรรยายของอาจารย์Smith ปี ค.ศ.1945 ระบุว่า ปลาแขยงธงที่พบในแม่น้ำลพบุรี(ลุ่มน้ำเจ้าพระยา)นั้น ส่วน หัว หลัง และ ด้านข้างของลำตัวออกสีบรอนซ์ ส่วนทองเป็นสีทอง เกือบทุกครีบออกเป็นสีเขียว ครีบหางเป็นสีเขียวเข้มเป็นต้น.
การกระจาย : ลุ่มแม่น้ำโขง และ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา (Roberts, 1994; Kottelat, 2001) มีการระบุว่าปลาแขยงธงอาจจะพบเห็นได้ไม่บ่อยนักในธรรมชาติ.
อาหาร : ในหลายแหล่งข้อมูลระบุว่า ลูกปลา ลูกกุ้ง ซากสัตว์ ต่างๆเป็นต้น.

บทวิจารณ์ :
ปลาแขยงธง ถูกบรรยายครั้งแรกในปี พ.ศ.2407 โดยท่านอาจารย์ Pieter Bleeker ซึ่งตัวท่านเองได้กำหนดชื่อสกุล Heterobagrus ขึ้นมา โดยมี bocourti เป็นชื่อชนิด แต่ต่อมาในปี พ.ศ.2477 ห่างกันถึง 70 ปี ท่านอาจารย์ Fowler ได้บรรยาย Prajadhipokia rex ซึ่งท่านตั้งชื่อ “ประชาธิปกเกี่ย” ตามพระนามของกษัตริย์แห่งสยาม “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” หรือ รัชกาลที่7 ของพสกนิกรชาวไทย.

ปลาแขยงธง

หลังจากที่ได้อ่านงานบรรยายทั้งสองชิ้น ผมอดตั้งข้อสงสัยเล็กๆในงานเขียนของท่านอาจารย์ Fowler ไม่ได้ว่า? ท่านได้นำสกุล Prajadhipokia ไปเทียบให้เห็นข้อแตกต่างกับปลาในสกุล Bagrichthys แทนที่จะนำไปเปรียบเทียบกับปลาในสกุล Heterobagrus นอกจากนี้มีการกล่าวสั้นๆที่อาจจะมีความหมายสอดคล้องกันระหว่างปลาสกุล Prajadhipokia กับปลาในสกุล Mystus


ต่อมาสิ่งที่สงสัยเริ่มคลายตัวลงเมื่อท่านอาจารย์ Fowler เฉลยในงานตีพิมพ์การบรรยายของท่านในปี พ.ศ. 2480 ว่า ตัวท่านยังมีความเชื่อว่า Prajadhipokia rex กับ Heterobagrus bocourti เป็นคนละตัว โดยพิจารณาได้จากคำพูด ประโยคนี้ครับ “ Although I placed Prajadhipokia rex Fowler as a synonym in 1935, it seems to differ in so many characters as the gill rakers, teeth, and coloration that I now feel forced to reconsider it as valid ”. ข้อสงสัยตรงนี้ เราสามารถหาคำตอบได้ครับ ถ้าหน่วยงานที่เก็บตัวอย่างดังกล่าวยินดี แต่ถึงอย่างไรผมขอเรียนตามตรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ เขาจะให้เราผ่าตัวอย่าง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นหากประเด็นนี้เป็นเพียงเรื่องใคร่จะรู้ส่วนบุคคล เราคงต้องปล่อยให้ผ่านเลยไปดีกว่าครับผม.


สุดท้าย แม้รายละเอียดอาจจะไม่มากมายนัก ผมเกรงว่าถ้าเฉลยตั้งแต่แรกจะพูดถึงปลาแขยง หลายท่านคงทำหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ประเทศอื่นก็อาจจะเป็นเหมือนอย่างเรา ในยามที่พูดถีงปลาประเทศตนเอง ในทางกลับกัน หากกล่าวถึงปลาต่างถิ่น ใบหน้าที่แสดงอาการเหม็นเบื่อกลับหายไปในบัดดล แต่ถึงอย่างไรต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านเรื่องราวเล็กๆที่เกี่ยวข้องกับปลาไทยของเราครับ.


ภาพประกอบ : ต้องขอขอบคุณ http://www.scotcat.com/home.htm และ คุณ Benjamin สำหรับภาพประกอบการบรรยายครับผม.
 

บทความโดย จิระชัย นนท์พยอม

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 

 

 

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ขายปลาสวยงามออนไลน์ ร้านขายปลาสวยงาม ประมูลปลาสวยงาม ประมูลสัตว์เลี้ยง Aqua bid การท่องเที่ยว เที่ยวไทย แหล่งท่องเที่ยวในไทย ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม4,022,853
เปิดเพจ5,420,501
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view