http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ธุรกิจปลาหางนกยูง กับทิศทางที่ยังน่าเป็นห่วง

ธุรกิจปลาหางนกยูง กับทิศทางที่ยังน่าเป็นห่วง

 

Thai Fancy Fish dot com Fish Magazine on line

 

 

ผมเขียนบทความเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามมาก็มาก และส่วนมากการเขียนบทความของผมนั้นส่วนหนึ่งจะมาจากประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งในบางครั้งผมก็เอามาเป็นประเด็นที่ผมมาเขียนและครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมเขียนบทความเรื่องปลาหางนกยูง เพราะปลาหางนกยูงถือเป็นปลาสวยงามเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย โดยในแต่ละปีประเทศไทยส่งออกปลาหางนกยูงปี ละหลายล้านตัว นำเงินเข้าประเทศมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท และมันยังเป็นอาชีพที่ใช้เลี้ยงครอบครัวอีกหลายร้อยครอบครอบครัว

ปลาหางนกยูงสวยงามในอดีตปลาหางนกยูงเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่มีการสนับสนุนจากกรมประมงในการแนะนำให้  เกษตรกรเพาะเลี้ยง โดยมีการแจกสายพันธุ์ปลาหางนกยูงให้กับเกษตกรไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ ซึ่งความช่วยเหลือมันก็จบลงเพียงเท่านั้น เพราะเกษตกรเมื่อเพาะเลี้ยงปลาแล้วก็จำเป็นต้องหาตลาดเพื่อจำหน่ายเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้สัญญาณเรื่องปัญหาปลาหางนกยูงเพื่อส่งออกเริ่มส่งสัญญาณออกมาให้เห็นกันบ้างแล้วเมื่อเราต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง

ไม่ใช่เราไม่สามารถเพาะพันธุ์ปลาได้ ไม่ใช่เราไม่สามารถผลิตปลาให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ปัญหาที่เริ่มส่งผลในเวลานี้คือ เราไม่มีสายพันธุ์ปลาใหม่ๆเพื่อจำหน่าย เพราะปลาที่เราเพาะเลี้ยงกันอยู่ส่วนมากเป็นปลาที่เป็นสายเก่าๆที่เราเพาะไปเลี้ยงไป ไม่มีการนำปลาสายพันธุ์ใหม่หรือปลาสายเลือดใหม่ๆเข้ามาเพื่อปรับปรุงพันธุ์เมื่อเราไม่มีปลาสายเลือดใหม่เข้ามาไข้วกับปลาเก่าที่มาจากสายเดียวกัน ปลาก็ย่อมอ่อนแอ ป่วยง่าย และเริ่มมีโครงสร้างที่ไม่สวยงามตามมตราฐานของตลาด ทั้งที่จริงปลาหางนกยูงมีมากมายหลายหลายสายพันธุ์ แต่หากประเทศไทยเรากลับมีปลาหางนกยูงหลักๆที่เกษตกรเพาะเลี้ยงอยู่เพียง 6-7 สายพันธุ์หลักๆ เช่น ครอบร้า โมเสก ชิลี กราส ทักซิโด้ ป็นต้น ซึ่งนั่นล่ะครับสาเหตุที่ผมบอกว่ามันเป็นปัญหาของผู้เพาะเลี้ยงปลาปลาหางนกยูงไทย



ปลาหางนกยูงหากมีคำถามว่าแล้วทำไมเกษตกรไม่ซื้อสายพันธุ์ใหม่เข้ามาเพาะเพื่อขยายพันธุ์หรือปรับปรุงพันธุ์ คำตอบที่ดูเหมือนจะวนเวียนและซ้ำซาก คือ ไม่มีทุน ไม่รู้จะหาปลาจากที่ไหน และไม่รู้ว่าจะนำปลาเข้ามาได้อย่างไร เพราะในส่วนของการนำเข้าปลาหางนกยูง หลายท่านอาจจะมองว่าเพียงแค่สั่งซื้อจากฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ในต่างประเทศก็น่าจะจบแล้ว หรืออาจจะซื้อผ่านอินเตอร์เน็ตที่มีคนประกาศขายปลาหางนกยูงสายพันธุ์ใหม่ๆก็ได้ แต่ผมอยากให้ลองคิดแบบนี้ครับ สำหรับเกษตกรที่เพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงจำนวน พวกเขาขายส่งให้กับผู้รวบรวมปลาหรือบริษัทส่งออกปลาสวยงาม ไม่ใช่ขายปลีกให้กับลูกค้ารายย่อยครั้งละไม่กี่ตัว ซึ่งนั่นหมายความว่าปลาที่ขายต้องมีจำนวนและผลผลิตที่มากเพียงพอ  แต่หากจะสั่งปลามาเพียงไม่กี่คู่เพื่อทำจำนวนในการส่งออกแบบนั้นที่จริงก็สามารถทำได้ แต่นั่นหมายความว่าเกษตกรต้องเพาะเลี้ยงปลาชุดแรกให้ได้ลูกปลาแล้วนำไปขยายต่อไปเรื่อยๆเพื่อเก็บพ่อแม่พันธุ์ให้มีจำนวนมากเพียงพอเพื่อการทำจำนวนปลา ดังนั้นแม้นจะทำได้แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเพื่อจะได้พ่อแม่พันธุ์ที่มีจำนวนมากพอ และมีความต่อเนื่องในผลผลิต

ปลากัดแฟนซีหรือหากจะให้เกษตกรมีการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาเองก็ได้ครับ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา เพราะการพัฒนาปลาสายพันธุ์ใหม่ๆสักสายพันธุ์นั้น มันต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกับปลาหางนกยูงเพราะหากปลาที่ได้มาใหม่ยังไม่นิ่ง มันก็ขายไม่ได้ เพราะปลาหางนกยูงขายความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งต่างจากปลาอื่น เช่นปลากัด หรือปลาทอง เพราะปลาพวกนี้รูปทรงเมื่อนิ่งแล้วจะสีสันอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะลูกค้าให้ความสนใจในลักษณะสีสันมาร์คกิ้งของแต่ละตัว ยิ่งตัวไหนรูปทรงดีสีสันแปลกตามาร์คกิ้งสมบรูณ์มันก็มีมูลค่าที่เพิ่มได้ในตัวมันเอง แต่หากนกยูงไม่ใช่ ปลาสายพันธุ์เดียวกันมันก็ต้องมีสีแบบเดียวกัน ลักษณะมาร์คกิ้งต่างๆต้องเป็นเช่นเดียวกัน หากผิดหรือเพี้ยนไปมันก็กลายเป็นปลาไม่มีราคา ตลาดไม่รองรับ ดังนั้นหากจะพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ปลาจึงต้องนิ่งเสียก่อนจึงจะสามารถทำจำนวนเพื่อขายได้ และอีกกรณีแม้นจะไข้วสายเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ เราจะทำอย่างไรหากปลาที่นำมาไข้วสายนั้นมีลักษณะเลือดชิดจนเกินไป และไม่มีความหลากหลาย มันก็จะไปได้ไม่ไกล

ผมเชื่อและมั่นใจอย่างยิ่งว่าตลาดปลาหางนกยูงยังคงสามารถเติบโตไปได้อีกมาก รวมถึงผู้ส่งออกปลาสวยงามเองก็คงต้องการปลาใหม่ๆที่สวยงามเพื่อไปจำหน่าย ขณะเดียวกันลูกค้าผู้ชื่นชอบการเลี้ยงปลาสวยงามก็ย่อมต้องการปลาใหม่ๆสวยๆ และจากความเชื่อทั้งหมดนี่เองที่ผมอยากให้ภาครัฐ รวมถึงผู้ที่กำลังเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงหันมาให้ความสนใจกับวิกฤติครั้งนี้ เพราะหากเรายังคงปล่อยต่อไปเกษตกรที่เพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ดังนั้นหากมองถึงศักยภาพ ผมคิดว่าภาครัฐสามารถเป็นผู้ที่นำปลาชนิดใหม่ๆเข้ามา แล้วทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ ก่อนนำมาพ่อแม่พันธุ์ที่ได้ขายในราคาถูก หรือมอบให้กับเกษตกรเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงต่อไป รวมถึงการที่จะหามาตรการส่งเสริมเรื่องการตลาดให้กับเกษตรกร เพื่อจะสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกได้

นี่คงเป็นเพียงกรณีศึกษาที่ผมรู้สึก และอยากบอกว่าตลาดปลาหางนกยูงมันไม่ได้ก้าวไปไหนไกล เพราะเรายังไม่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์ ดังนั้นผมจึงอยากให้เราช่วยกันคิดหาทาง และร่วมมือกันเพื่อการทำธุรกิจปลาหางนกยูงสวยงามจะได้เติบโตมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน

ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลา

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ขายปลาสวยงามออนไลน์ ร้านขายปลาสวยงาม ประมูลปลาสวยงาม ประมูลสัตว์เลี้ยง Aqua bid การท่องเที่ยว เที่ยวไทย แหล่งท่องเที่ยวในไทย ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท08/08/2017
ผู้เข้าชม4,063,021
เปิดเพจ5,469,726
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view