http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




Crayfish กุ้งสี สัตว์เลี้ยงเด็กแนว

Crayfish กุ้งสี สัตว์เลี้ยงเด็กแนว
วันสบาย กับนายปลา
 
กุ้งสี เครฟิช Crayfish กุ้งสีสวยๆ หากใครไปเดินตามตลาดปลาสวยงาม หรือร้านขายปลาสวยงามบางร้านจะพบเห็นกุ้งสีสันสวยงาม มากมายหลายขนาด มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ หลายคนที่เพิ่งจะเข้ามาสู่วงการสัตว์น้ำสวยงามอาจจะสงสัยว่าเจ้ากุ้งพวกนี้เป็นกุ้งอะไร กินได้ หรือเปล่า ที่จริงก็กินได้นะครับ...(แหะๆๆ อันนี้นอกเรื่อง) สำหรับกุ้งนั้นอันที่จริงในกลุ่มผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม ก็อาจจะคุ้นเคยกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบก็อยากจะบอกว่ากุ้งสีนั้นเพิ่งจะมาได้รับความนิยมในประเทศเราเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง
crayfish กุ้งสี กุ้งเครฟิช กุ้งเครฟิช caryfish
กระแสความนิยม crayfish มีมากจนกระทั่งเกิดเป็นสังคมของกลุ่มคนเลี้ยงกุ้งสีเหล่านี้ มากมายหลากหลายกลุ่ม และเจ้ากุ้งสีนี่ก็ได้รับความนิยมกันมากโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น สงสัยผมก็ยังวัยรุ่นเพราะผมก็เคยซื้อมาเลี้ยงหลายตัวอยู่เหมือนกัน เสียดายที่ตอนนี้กุ้งสีของผมมันตายไปหมดแล้ว ไม่อยากเล่าสาเหตุเพราะมันน่าอับอายไม่ใช่เป็นกุ้งโรคหรือกินกันเอง แต่เพราะผมไม่ระวังทำให้มันหลุดออกไปเดินเล่นในสวนหน้าบ้านเลยเสร็จบรรดาสัตว์น้อยใหญ่แถวบ้าน พากันมาหอบเอาพวกมันไปเป็นเมนูมื้อค่ำกัน แล้วทำไมอยู่ครั้งนี้ผมจะมาพูดเรื่องกุ้งสี ก็เพราะวันจันทร์ที่ผ่านมาผมได้ไปเดินเล่นที่ตลาดปลาสวนจตุจักร ซึ่งเป็นปกติครับที่ผมชอบที่จะไปเดินเล่นแถวตลาดขายปลาสวยงาม ส่วนหนึ่งก็เพื่อซื้ออุปกรณ์ของใช้ อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อเดินดูอะไรต่ออะไรในตลาด และทุกครั้งที่ไปผมชอบแวะเข้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่ตลาดจตุจักร ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เด็กนั่นเอง

ซึ่งใครเคยไปก็จะเห็นร้านที่เปิดขายแบบกับดินกันหลายร้านค้าบนฟุตบาทยาวตลอดแนว แต่มีอยู่ร้านหนึ่งตั้งแผงอยู่ตรงข้ามกับ7-11 ที่ผมให้ความสนใจเพราะร้านนี้เขาจะขายกุ้งสีครับ ใส่ถุงวางกับพื้นขายกันง่ายๆสนนราคาก็ไม่แพง มีตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักร้อย ผมเลยเดินเข้าไปดูกุ้งสีเครฟิชพวกนี้ และถือโอกาสพูดคุยขอความรู้กับเจ้าของร้านซะเลย ซึ่งร้านนี้มีชื่อว่าร้านป้ากลิ่น

“ผมเป็นเกษตรครอบครัว เกษตรพอเพียง”

ลุงตุ้ม คนขายกุ้งเครฟิช

ลุงตุ้มเจ้าของร้านบอกผมอย่างเป็นกันเองแม้นจะเพิ่งเคยคุยกัน เป็นครั้งแรก (อย่าแปลกใจครับ ร้านนี้ชื้อป้ากลิ่น เพราะเป็นชื่อภรรยาของลุงตุ้มนั่นเอง) คุณลุงก็เล่าเรื่องราวของแกให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นแกรับราชการเป็นทหารอยู่สิบกว่าปี ระหว่างนั้นก็หารายได้เสริมด้วยการขายปลาสวยงาม โดยคุณลุงบอกว่า "ผมขายมาหลายอย่างแล้ว ปลาทอง ปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ผมขายไปเรื่อยๆตัวไหนมีกระแสดี ผมก็ขายตัวนั้น" และสำหรับกุ้งสีคุณลุงบอกว่าขายมาได้สามปีกว่าแล้ว ช่วงแรกๆรายได้ดีมากแต่ตอนนี้ก็เริ่มอืดลงนิดหน่อยเพราะราคาของกุ้งสีมันถูกลง ซึ่งลุงตุ้มบอกว่า “มันเป็นวัฏจักรนะ ของทุกอย่างมันจะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้วก็จะเริ่มนิ่ง เมื่อดีมานด์กับซับพลายด์มันเริ่มไม่พอดีกัน ช่วงแรกๆคนต้องการมากสินค้ามีน้อย โอ๊ย...เอามาวางนี่ตัวเป็นพันก็แย่งกันซื้อเลยนะ แต่พอสินค้ามันเริ่มมากเริ่มล้นตลาดมันก็โอเวอร์ซับพลายด์ มันก็ขายได้ช้าลง และราคามันก็ถูกลงด้วย”

crayfish วางขายในถุงกับพื้น ส่วนวิถีชีวิตของคุณลุงตุ้มในการเดินทางอยู่บนเส้นทางของปลาสวยงามและสัตว์น้ำสวยงามนั้นมีอะไรที่น่าสนุกอยู่เหมือนกัน อย่างตอนที่ปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์นเริ่มดัง ลุงตุ้มก็เป็นคนหนึ่งที่กระโดดเข้าสู่วงการปลาหมอสี ด้วยการซื้อปลาหมอสีมาขายและเดินทางไปเลือกซื้อปลาถึงฟาร์มในประเทศมาเลเซีย แต่การไปของลุงตุ้มไม่ได้ไปแบบอาเสี่ยเหมือนคนอื่น แต่ออกไปในแนวปอนๆคือลุงตุ้มต้องนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพไปที่ภาคใต้ ก่อนที่ต่อรถตู้โดยสารเข้าประเทศมาเลเซีย และเวลากลับก็ต้องแอบซุกซ่อนปลาผ่านด่านที่ชายแดน ครั้งละ100-200ตัว เรียกว่าไปคราวใดก็มีลุ้นคราวนั้น ซึ่งลุงลุงตุ้มก็ทำมาอยู่หลายปีจนกระทั่งในยุคที่ตลาดซันเดย์มีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องของผู้รับสัมปทานรายใหม่กับผู้ค้าเก่าในตลาดและเกิดการใช้กำลังในการรื้อร้านค้า(ใครเคยติดตามข่าวนี้มีหลายปีก่อนคงจะจำได้ เพราะรุนแรงถึงมีการยิงกันตาย) และร้านของลุงตุ้มก็เป็นหนึ่งในร้านผู้ค้าเก่าที่โดนกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้ารื้อร้านค้าจนเป็นข่าวดังในช่วงนั้น ซึ่งตอนนั้นลุงตุ้มบอกเวลานั้นมันลำบากมากไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ต่อมาก็เหมือนโชคจะเข้าข้างลุงตุ้มบ้างเมื่อมีโอกาสได้เซ้งแผงค้าที่อยู่ริมฟุตบาทในปัจจุบัน และเมื่อสอบถามถึงเหตุผลที่คุณลุงตุ้มหันมาขายกุ้งเครฟิชได้อย่างไร ลุงตุ้มก็บอกว่า “ปลาหมอสีราคามันเริ่มลงแล้ว เพราะคนเริ่มทำได้เยอะ แล้วอะไรที่มันเยอะนี่มันก็ขายไม่ได้ราคาเหมือนช่วงแรกๆ อย่างผมเคยขายได้ตัวละพันกว่ามาเหลือตัวละห้าหกร้อย ผมเลยมองหาตัวอื่นๆมาขาย และพอดีตอนนั้นกุ้งมันบูม” ในการเลี้ยงกุ้งช่วงแรกๆของลุงตุ้ม ลุงก็บอกว่าช่วงแรกๆผมเหมือนคนหลงทาง ซื้อกุ้งมาเลี้ยง20กว่าคู่ เลี้ยงอย่างไรมันก็ไม่ได้ลูกเลยต้องจับพ่อแม่กุ้งขายหมด แต่มาตอนหลังเริ่มจับทางได้ “การเพาะพันธุ์กุ้งเครฟิชนี่ เราต้องให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน คือให้มันรก ให้มันทึบใส่พวกสาหร่าย ใส่พวกขอนไม้ลงไป มันก็จะจับคู่กันเอง”
ซึ่งหลังจากที่กุ้งจับคู่แล้วลุงตุ้มก็จะคอยสังเกต เมื่อเห็นตัวเมียอุ้มไข่ก็จะจับตัวผู้แยกออกไป และเมื่อถามเหตุผลว่าทำไมต้องแยกตัวผู้ออกไป ลุงตุ้มบอกว่าถ้าเราไม่แยกตัวผู้ออกมาตัวผู้มันก็จะไล่ผสมพันธุ์กับตัวเมียอยู่อย่างนั้นอาจจะทำให้ตัวเมียตายได้ ส่วนวิธีการสังเกตว่ากุ้งมีไข่หรือยัง ลุงตุ้มมีข้อแนะนำว่าให้ดูที่หาง ถ้าปลายหางมีสีขาวๆก็แปลว่ากุ้งเริ่มมีไข่แล้วแต่ยังไม่ใช่ไข่เม็ด ช่วงนี้ลุงตุ้มเรียกว่า “ไข่ลงหาง” และช่วงนี้ล่ะครับที่จะแยกพ่อกุ้งออกไป แล้วหลังจากนั้นไข่มันก็จะไหลไปลงที่ท้อง ซึ่งเมื่อไข่ลงท้องวิธีสังเกตก็คือตัวเมียจะงอตัว ซึ่งเรียกว่า"ไข่ลงท้อง" ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนการกกไข่(นึกไม่ออกนึกถึงกุ้งต้มก็ได้ครับ ตัวงอๆแบบนั้นล่ะครับ...บ๊ะ!!ไม่พ้นเรื่องกิน) โดยระยะเวลาเมื่อกุ้งเริ่มไข่จนถึงออกเป็นตัวก็อยู่ราว 40 วัน และเมื่อลูกกุ้งออกมาแล้วก็แยกแม่ออกเอาลูกกุ้งไปเลี้ยงอนุบาลต่อไป โดยการแยกแม่กุ้งกับลูกกุ้งนั้นก็จะดูหากเห็นลูกกุ้งเกาะท้องแม่กุ้งบ้างและเริ่มมีลูกกุ้งออกมาเดินเองบ้าง ซึ่งตรงนี้เราต้องสังเกต เมื่อเห็นว่าลูกกุ้งออกมาเดินมากก็จะเริ่มแยกโดยการจับแม่กุ้งมาแกว่งในน้ำเบาๆเพื่อให้แม่กุ้งปล่อยลูกกุ้งหรือเพื่อลูกกุ้งหลุดออกจากท้องแม่ และกุ้งตัวเมียเมื่อแยกออกไปแล้วโดยส่วนมากมันก็จะลอกคราบเพื่อ เตรียมตัวเข้าสู่ความพร้อมในการผสมพันธุ์ใหม่

ป้ากลิ่น ภรรยาของลุงตุ้ม Crayfish(ป้ากลิ่น ภรรยาลุงตุ้ม)

กุ้งสี สัตว์เลี้ยงที่วัยรุ่นนิยม

ส่วนปัญหาในการเพาะเลี้ยงกุ้งเครฟิชมักจะพบกันบ่อยๆก็คือการลอกคราบเพราะช่วงที่กุ้งลอกคราบจะเป็นช่วงที่พวกมันอ่อนแอที่สุดจึงต้องมีพื้นที่สำหรับหลบภัยให้กับกุ้งซึ่งอาจจะเป็นพวกท่อ PVC และอีกอย่างคือเรื่องน้ำ  ลุงตุ้มบอกว่าถ้าน้ำไม่ดี น้ำเน่า หรือน้ำไม่มีแคลเซียมกุ้งอาจจะตายคาคราบ หรือเรียกกันว่าลอกคราบไม่ผ่าน  ซึ่งตรงจุดนี้ลุงตุ้มบอกว่าให้เปลี่ยนน้ำ ให้พยามใช้น้ำที่สะอาดในการเลี้ยงก็จะช่วยได้

การให้อาหารกุ้งเครฟิชลุงตุ้มบอกจะให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับกุ้งที่มีขายทั่วไป อาหารสดก็จะให้ไส้เดือนน้ำ หนอนแดงและอีกส่วนหนึ่งคือจะปล่อยให้กุ้งได้กินอาหารจากธรรมชาติ เช่นตะไคร่แดดในบ่อเลี้ยง หรือพวกสาหร่าย ซึ่งลุงตุ้มบอกว่ามันช่วยเรื่องสีของกุ้งได้มาก เพราะกุ้งที่สีสันสวยงามเวลาขายก็จะทำให้ขายได้ง่ายนั่นเอง ส่วนในเรื่องของการตลาดนั้นลุงตุ้มบอกว่ากลุ่มที่ชอบเลี้ยงกุ้งสี กุ้งเครฟิชนั้นมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากจะเป็นวัยรุ่นมากกว่า อาจจะเป็นเพราะมันแปลกและดูเท่ดีในสายตาของวัยรุ่น (ขณะที่ผมคิดถึงต้มยำกุ้งหรือกุ้งเผามากกว่า ฮื่อ...วกเข้าเรื่องกินจนได้)

Crayfish กุ้งสีสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงกุ้งเครฟิชหรืออยากรู้เรื่องเทคนิคต่างๆในการเลี้ยงกุ้งสี หรือเครฟิช นั้นลุงตุ้มบอกว่ายินดีให้คำแนะนำสำหรับลูกค้าทุกคนไม่จำเป็นว่าต้องเป็นกุ้งที่มีราคาแพงเท่านั้น และเพื่อนๆชาวไทยแฟนซีฟิช ท่านใดสนใจอยากจะลองเลี้ยงกุ้งเครฟิชหรืออยากได้คำแนะนำก็ไปหาลุงตุ้มได้ที่ตลาดปลาจตุจักร แกเปิดร้านทุกวัน ร้านก็หาไม่ยากครับ เจอ7-11 ก็เจอร้านลุงตุ้ม

ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ   

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์   

** คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความ "วันสบายกับนายปลา" **

 

 

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท08/08/2017
ผู้เข้าชม4,065,124
เปิดเพจ5,472,286
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view