http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ปลาหมอแคระแห่งสยาม

ปลาหมอแคระแห่งสยาม

ปลาหมอสี

 
 
ปัจจุบันมีคนเลี้ยงปลาหมอแคระสายพันธุ์จากต่างประเทศมากมายเพราะพวกมันมีสีสันที่สดใสและรูปร่างที่สวยงามและในประเทศไทยเองก็มีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาหมอแคระเป็นจำนวนไม่น้อย แต่หากจะถามกันว่าปลาหมอแคระนั้นในประเทศไทยมีอยู่หรือไม่ คำคอบคือประเทศไทยเองก็มีปลาที่เรียกกันว่าหมอแคระอยู่เช่นกัน หากแต่ว่าพวกมันไม่ได้จัดอยู่ในวงศ์ปลาหมอสี Cichlid แต่จัดอยู่ในสกุล Badis และ Dario ซึ่งอยู่ในวงศ์ปลาหมอแคระ (Badidae) ซึ่งแยกตัวออกมาจากวงศ์ปลาหมอช้างเหยียบ (Nandidae) หรือที่เรียกกันว่า Asian leaffish ซึ่งสามารถพบได้ในทวีปเอเชีย

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักคร่าวกับวงศ์ปลาหมอช้างเหยียบก่อนเพื่อความชัดเจนถึงความไม่เกี่ยวข้องกันของวงศ์ปลาหมอแคระกับวงศ์ปลาปลาหมอช้างเหยียบ โดยวงศ์ปลาหมอช้างเหเยียบเป็นวงศ์ปลาน้ำจืดที่มีขนาดตั้งแต่ 5-30เซนติเมตร มีรูปร่างเป็นรูปไข่หรือกลมรี ลำตัวแบนข้าง ครีบหลังมีก้านครีบแข็งหลายอัน ครีบหางปลายกลมมน เกล็ดมีขนาดใหญ่มีขอบหยัก เส้นข้างลำตัวมักขาดเป็น 2 ตอน คือ ตอนหน้าและตอนท้ายที่โคนหางเป็นปลากินเนื้ออาศัยในแหล่งน้ำนิ่งและพบในแม่น้ำใหญ่ด้วยเช่นกัน พบทั้ง หมด 3 ชนิดโดยมีการกระจายพันธุ์ในแหล่งน้ำทุกประเภทในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์
Pristolepis fasciatus (Bleeker, 1851)
Pristolepis grootii (Bleeker, 1852)
Pristolepis marginata (Jerdon, 1849)
สำหรับในประเทศไทยพบได้ 2 ชนิด คือ ปลาหมอช้างเหยียบ (P. fasciatus) และปลาหมอช้างเหยียบแดง (P. grootii)


ดังนั้นคำว่าปลาหมอแคระจึงเป็นเพียงชื่อสามัญเท่านั้นและไม่ได้หมายถึงว่าพวกมันจัดอยู่ในวงศ์ปลาหมอสี Cichlid หรือ dwarf cichlid อย่างที่หลายคนเข้าใจ

มาทำความรู้จักกับปลาหมอแคระที่มีอยู่ในประเทศไทยกัน

วงศ์ปลาหมอแคระ(Badidae) เป็นวงศ์ของปลาน้ำจืดขนาดเล็กวงศ์หนึ่งในอันดับปลากะพง (Perciformes) เดิมวงศ์นี้เคยถูกรวมเป็นวงศ์เดียวกับวงศ์ปลาหมอช้างเหยียบ (Nandidae) แต่ปัจจุบันวงศ์ปลาหมอแคระ(Badidae)ได้ถูกแยกออกมาต่างหากเป็นปลาขนาดเล็กกระจายพันธุ์อยู่ทวีปเอเชียได้แก่ เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกและเอเชียอาคเนย์ มีความหลากหลายสูงสุดที่เอเชียใต้และประเทศพม่าโดยมีเขตการกระจายพันธุ์ ทางตะวันออกไกลสุด คือ ประเทศจีนทางตอนใต้และประเทศไทย

โดยพบเห็นการกระจายพันธุ์ได้ในลุ่มแม่น้ำสำคัญๆในภูมิภาคเหล่านี้ เช่น แม่น้ำคงคา, แม่น้ำพรหมบุตร, แม่น้ำสาละวิน, แม่น้ำโขง และแม่น้ำแม่กลอง โดยแบ่งออกได้เป็น 2 สกุล คือ Badis และ Dario ซึ่งปลาหมอแคระทั้งสองสกุลก็ประกอบด้วย

ปลาหมอแคระในสกุล Badis ประกอบด้วย

Badis badis (Hamilton.) ,Badis chitttagongis (new species) ,Badis kanabos (new species) ,Badis ruber. ,Badis siamensis ,Badis khwae. ,Badis ferrarisi (new species) , Badis assamensis ,Badis blosyrus. ,Badis corycaeus. (new species) ,Badis pyema (new species) ,Badis kyar (new species) 

ปลาหมอแคระสกุล Dario ประกอบด้วย

Dario Dario ,Dario hysginon(new species) ,Dario dayingensis (new species)

ในสกุล Badis มีัลักษณะพิเศษ คือ เป็นปลาที่หากินแบบซุ่มรอเหยื่อด้วยการลอยตัวนิ่ง ๆ แล้วจึงฮุบ สามารถเปลี่ยนสีลำตัวไปตามอารมณ์และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและยังสามารถกลอกลูกตาไปมาได้คล้ายกับกิ้งก่าคาเมเลี่ยนอันเป็นที่มาในชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ Chameleon fish มีความยาวโดยเฉลี่ยเพียง 3-4 เซนติเมตร และปัจจุบันพวกมันก็ได้รับความนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ในประเทศไทยพบปลาหมอแคระ 3 ชนิด คือ
ปลาหมอแคระพม่า (Badis ruber)
ปลาหมอแคระขี้เซา (Badis siamensis)
ปลาหมอแคระแม่น้ำแคว (Badis khwae)


ปลาหมอแคระพม่า (Red Badis)
ชื่อไทย: ปลาหมอแคระพม่า, ปลาหมอแคระแดง, ปลาหมอแคระแม่โขง, ปลาหมอแคระ
ชื่อสามัญ: Red Badis
ชื่อวิทยาศาสตร์: Badis ruber Scheritmuller, 1923
ขนาดเมื่อโตเต็มวัย: 4-5 เซนติเมตร
มีการพบการกระจายพันธุ์ตามลุ่มแม่น้ำสาละวินในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ลุ่มแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงราย นอกจากนั้นยังมีการพบที่หลวงพระยางประเทศลาวด้วย ในธรรมชาติปลาหมอแคระพม่าจะกินพวกกุ้งฝอยขนาดเล็ก ตัวอ่อนแมลงและแพลงก์ตอนสัตว์ การเลี้ยงปลาหมอแคระพม่าเนื่องจากพวกมันเป็นปลาที่ไม่อยู่รวมกันเป็นฝูงดังนั้นหากเลี้ยงร่วมกันพวกมันอาจจะแสดงความก้าวร้าวหวงถิ่นออกมาโดยเฉพาะกับปลาพวกเดียวกัน ดังนั้นหากจะเลี้ยงรวมกันก็ควรจะให้มีตัวผู้หนึ่งตัวกับตัวเมียสักสองตัวขึ้นไป ปลาเพศผู้จะมีสีจะสดกว่าปลาเพศเมีย

ปลาหมอแคระพม่าเพศผู้

ปลาหมอแคระพม่าเพศผู้

ปลาหมอแคระพม่าเพศเมีย

ปลาหมอแคระพม่าเพศเมีย

ภาพประกอบจาก http://www.seriouslyfish.com/species/badis-ruber

ปลาหมอแคระสยาม (Siamese Badis) หรือ ปลาหมอขี้เซา, ปลาหมอแคระขี้เซา,

ชื่อสามัญ: Siamese Badis
ชื่อวิทยาศาสตร์: Badis siamensisKlauswitz, 1957

ปลาหมอแคระสยาม

ปลาหมอแคระสยาม ภาพจาก fishbase.org

ขนาดเมื่อโตเต็มวัย:  4-5 เซนติเมตร
เป็นปลาหมอแคระที่มีสีสันไม่จัดจ้านนัก ปลาที่สมบูรณ์เต็มที่มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน มีจุดประสีดำตามลำตัวอาจจะมีจุดสีแดงจางๆเล็กน้อย ส่วนฐานครีบหางมีพื้นสีเข้มเป็นแถบขวาง3แถวจางๆ ทางภาคใต้เรียกปลาหมอแคระชนิดนี้ว่า"ปลาหมอขี้เซา"เนื่องจากพฤติกรรมที่มักจะลอยซุ่มตัวอยู่นิ่งๆไม่ค่อยขยับตัวมากนักมีการค้นพบครั้งแรกที่จังหวัดภูเก็ตแต่มีการกระจายพันธุ์ตามแหล่งน้ำที่ไหลลงแนวชายฝั่งด้านทะเลอันดามันของไทยเริ่มตั้งแต่ จ.ระนอง ลงไปแต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีการกระจายพันธุ์ลงไปทางใต้ถึงระดับใด อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ fishbase.org ระบุว่า ปลาชนิดนี้เป็น endemic to Thailand. หมายถึงปลาประจำถิ่นของประเทศไทย การเลี้ยงปลาหมอแคระไทยชนิดนี้สามารถเลี้ยงร่วมกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มได้แต่ควรเลี้ยงในตู้ที่มีการตกแต่งไม้น้ำและมีขอนไม้หรือก้อนหินเพื่อให้พวกมันใช้เป็นที่อาศัยและหลบภัยสำหรับอาหารส่วนมากพวกมันจะชอบกินพวกอาหารสดมากกว่า อาหารเม็ดบางครั้งจะไม่ยอมกินแต่ก็สามารถหัดได้

ปลาหมอแคระแม่น้ำแคว (Badis khwae)

ชื่อไทย: ปลาหมอแคระแม่น้ำแคว
ชื่อสามัญ: Khwae River Badis
ชื่อวิทยาศาสตร์: Badis khwae Kullander & Britz, 2002
ขนาดเมื่อโตเต็มวัย: 4-5 เซนติเมตร
การกระจายพันธุ์: ลุ่มแม่น้ำแควน้อย โดยเฉพาะในเขตต้นน้ำ เช่น อ.ไทรโยค, อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี

ปลาหมอแคระแม่น้ำแคว

ปลาหมอแคระแม่น้ำแคว ภาพจาก fishbase.org

ลักษณะทั่วไป ลักษณะลำตัวเพรียวยาว แบนข้าง หัวเล็ก นัยน์ตาเล็ก พื้นลำตัวสีน้ำตาลอมขาว มีแถบสีน้ำตาลเข้มพาดขวางลำตัว ครีบหลังและครีบก้นยาวเลยโคนหาง ครีบทุกครีบมีสีเหลืองอมส้ม ครีบหลังมีแถบสีดำตามความยาวครีบ และมีแต้มสีดำบริเวณโคนครีบ ขอบครีบขาว ครีบก้นมีลักษณะคล้ายครีบหลังแต่ไม่มีแต้มสีดำ ครีบหางกลมปลายตัด มีแถบสีดำพาดขวาง โคนครีบหางมีจุดสีดำขนาดใหญ่ 1 จุด ขนาดเฉลี่ยความยาวประมาณ 3 ซม. อาหาร สัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลงน้ำ ปลาหมอแคระแม่น้ำแควเป็นปลาที่พึ่งได้รับการบรรยายลักษณะทางอนุกรมวิธานเมื่อปี พ.ศ.2545 (Kullander& Britz, 2002) มีช่วงลำตัว ช่วงระหว่างตา และจุดเริ่มต้นของครีบหลังยาวโดยรวมจึงเป็นปลาที่มีลำตัวค่อนข้างยาวเมื่อเปรียบเทียบกับสองชนิดแรกปลาที่สมบูรณ์เต็มที่มีจุดประสีส้ม สลับดำตามลำตัวจึงจัดเป็นปลาที่มีความสวยงามมากชนิดหนึ่งมีการกระจายพันธุ์อยู่ทางต้นแม่น้ำแควน้อย เช่น ใน อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีเท่านั้น จึงเป็นปลาประจำถิ่นของประเทศไทย (Vidthayanon, 2005)

แม้นสีสันอาจจะไม่จัดจ้านและมีความหลากหลายเท่ากับปลาหมอสีแคระที่มาจากอเมริกาใต้ แต่ความสวยงามที่เรียบง่ายตามแบบธรรมชาติของพวกมันก็ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้นิยมเลี้ยงปลาสวยงาม และมีการนำพวกมันขึ้นมาจากแหล่งน้ำในธรรมชาติเพื่อเพาะเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และหากใครคิดจะเพาะพันธุ์ปลาหมอแคระก็ไม่น่าจะยากเกินไปกับฝีมือของคนไทยเพราะพวกมันจะวางไข่ในโพรงหรือถ้ำเล็กๆในแม่น้ำซึ่งก็เป็นไข่เกาะติดซึ่งวิธีการเพาะพันธุ์ก็น่าจะคล้ายกับการเพาะพันธุ์ปลาหมอสีแคระทั่วไปครับ นอกจากนั้นพวกมันยังสามารถเลี้ยงร่วมกับอื่นได้จึงเป็นปลาที่น่าสนใจหากเราคิดจะเลี้ยงปลาตู้สวยงาม

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ
www.Thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

"อ่านบทความปลาหมอสี"

godaddy web statistics

Tags : การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม โรคปลาสวยงาม

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม4,022,837
เปิดเพจ5,420,485
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view