http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




การสืบพันธุ์ของปลา reproduction the fish

การสืบพันธุ์ของปลา  reproduction the fish

godaddy web statistics

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 


การเพาะพันธุ์และการสืบพันธุ์ของปลา

ปลาเสือตอลายใหญ่
เมื่อเราจะเพาะพันธุ์ปลาไม่ว่าจะเป็นปลาสวยงามหรือปลาเศรษฐกิจ เราจำต้องเข้าใจระบบในการสืบพันธุ์ของปลาก่อนเพราะหากเราไม่ทำความเข้าใจในเบื้องต้นก็อาจจะทำให้เราผิดพลาด เมื่อเราเข้าใจเราก็จะสามารถมองเห็นข้อแตกต่างของปลาแต่ละประเภทได้
1 การสืบพันธุ์ของปลา
ปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีวิวัฒนาการทางด้านการสืบพันธุ์แตกต่างกันมาก อาจเนื่องจากปลามีจำนวนชนิดมากมาย และมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านลักษณะ ขนาด และถิ่นที่อยู่อาศัย พบว่าปลามีการสืบพันธุ์ทุกแบบของการสืบพันธุ์แบบมีเพศ(Sexual Reproduction) ของพวกสัตว์ ซึ่งมีดังนี้
1.1 การสืบพันธุ์แบบแยกเพศ (Bisexual Reproduction) ซึ่งเป็นวิธีการสืบพันธุ์ของปลาส่วนใหญ่ ปลาจะมีการแยกเพศกันเด่นชัด มีปลาเพศผู้ผลิตเชื้อตัวผู้ และปลาเพศเมียสร้างรังไข่ ได้แก่ปลาทั่วๆไป เช่น ปลาทอง ปลาคาร์พ ปลาเทวดา ปลากัด
1.2 การสืบพันธุ์แบบกระเทย (Hermaphroditism) เป็นแบบที่มีการสร้างเซลสืบพันธุ์ทั้งเชื้อตัวผู้และไข่ภายในปลาตัวเดียวกัน ปลาที่มีการสืบพันธุ์แบบนี้มีไม่มากนัก แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
1.2.1 กระเทยแบบที่สร้างเชื้อสืบพันธุ์ทั้ง 2 ชนิดพร้อมกัน เช่นปลาในครอบครัวปลากะรัง (ปลาทะเล)
1.2.2 กระเทยแบบที่มีการเปลี่ยนเพศ ปลาพวกนี้ในช่วงแรกของชีวิตจะเป็นเพศหนึ่ง เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีขนาดโตขึ้นจะกลายไปเป็นอีกเพศหนึ่ง เช่น ปลา Sparus ช่วงแรกจะเป็นเพศผู้ ต่อมาจะกลายเป็นเพศเมีย ปลาเก๋า ปลากะรัง และปลาไหลนาสกุล Monopterus ช่วงแรกเป็นเพศเมีย ต่อมาจะกลายเป็นเพศผู้
1.3 การสืบพันธุ์แบบพาร์ธิโนเจเนซิส (Parthenogenesis) เป็นการสืบพันธุ์ที่ไข่สามารถพัฒนาเป็นตัวอ่อน โดยไม่ต้องได้รับการผสมจากเชื้อตัวผู้ เกิดได้กับพวกปลาออกลูกเป็นตัว เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอดชนิดต่างๆ ซึ่งปกติปลาเหล่านี้จะสืบพันธุ์แบบแยกเพศ แต่ในขณะที่ไม่มีเพศผู้ของปลาเหล่านี้อยู่ ปลาเพศเมียอาจอาศัยน้ำเชื้อเพศผู้จากปลาชนิดอื่น ช่วยกระตุ้นให้ไข่มีการพัฒนา โดยที่เชื้อตัวผู้ไม่ได้เข้าไปผสมพันธุ์ด้วย ไข่จะเกิดการแบ่งเซลพัฒนาไปโดยมีโครโมโซมครบจำนวน (เป็น Diploid) แต่เนื่องจากเป็นโครโมโซมจากแม่เพียงตัวเดียว ทำให้ลูกปลาที่เกิดมาจะมีแต่เพศเมียเท่านั้น
2 แบบของการปฏิสนธิ
ลักษณะของการผสมพันธุ์และการพัฒนาของไข่ปลามี 3 แบบคือ
2.1 Oviparous เป็นการผสมพันธุ์ของปลาส่วนใหญ่ โดยปลาเพศเมียจะปล่อยไข่ลงในน้ำ แล้วปลาเพศผู้ที่ว่ายน้ำตามมาจะปล่อยน้ำเชื้อลงในน้ำเช่นกัน เชื้อตัวผู้จะว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าผสมกับไข่ทางช่องเปิด จากนั้นไข่ปลาที่ได้รับการผสมแล้วจะพัฒนาไปเป็นตัวอ่อนในน้ำ
2.2 Viviparous เป็นการผสมภายในตัวแม่เหมือนกับสัตว์บก โดยปลาเพศผู้จะมีท่อสำหรับส่งน้ำเชื้อเพื่อผสมกับปลาเพศเมีย ซึ่งพัฒนามาจากครีบท้อง ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะได้รับอาหารจากแม่ทางสายสะดือคล้ายสัตว์บก จนคลอดออกมาเป็นตัว ตัวอย่างปลาพวกนี้ได้แก่ ปลาฉลาม และปลากระเบนบางชนิด
2.3 Ovoviviparous เป็นการผสมภายในตัวแม่เช่นกัน แต่ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะอาศัยอาหารจากไข่แดงภายในตัวไข่เอง ไม่ได้รับอาหารจากตัวแม่ จนคลอดออกเป็นตัว ตัวอย่างปลาพวกนี้ได้แก่ ปลาหางนกยูง ปลาสอดชนิดต่างๆ และปลาเซลฟิน ปลาเพศผู้ของปลาพวกนี้จะมีท่อส่งน้ำเชื้อเช่นกัน แต่พัฒนามาจากครีบก้น

3 ลักษณะของไข่ปลา
ไข่ปลาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลม แต่บางชนิดอาจเป็นรูปรี หรือรูปหยดน้ำ ส่วนประกอบของไข่ปลาแบ่งได้ดังนี้ ลักษณะไข่ปลา
3.1 เปลือกไข่ (Egg Shell or Chorion) เป็นเยื่อบางๆมีความหนาแตกต่างกันไปตามประเภทของไข่ปลา บางชนิดขยายตัวได้ดี และบางชนิดอาจเกิดสารเหนียวเมื่อสัมผัสน้ำ เปลือกไข่จะทำหน้าที่ป้องกันอันตรายจากการกระแทก ที่เปลือกไข่จะมีช่องเล็กๆเรียก Micropyle สำหรับเป็นทางเข้าของเชื้อตัวผู้
3.2 ไข่แดง (Yolk) เป็นตัวไข่ที่มองเห็น เป็นสารประกอบโปรตีนที่จะเป็นอาหารสำหรับการพัฒนาของตัวอ่อน ไข่แดงของปลาบางชนิดจะมีหยดน้ำมัน (Oil Droplet) ปะปนอยู่ทำให้ไข่ลอยตัวได้ดี
3.3 ขั้วกำเนิด (Germinal Disc) เป็นจุดเล็กๆอยู่ทางด้านบนของไข่แดง ที่เรียกว่า Animal Pole เป็นที่รวมของ Nucleus และ Cytoplasm จะเป็นส่วนที่ได้รับการผสมจากเชื้อตัวผู้ แล้วมีการแบ่งเซลพัฒนาเป็นตัวอ่อน
3.4 ช่องว่างระหว่างไข่แดงกับเปลือกไข่ (Perivitelline space) เป็นช่องว่างที่มีขนาดเล็กมาก เพื่อให้ไข่แดงสามารถหมุนได้รอบตัว บางชนิดจะขยายตัวเมื่อไข่สัมผัสน้ำโดยน้ำจะซึมเข้าไปอยู่ภายใน
 

  4 ประเภทของไข่ปลา
แบ่งตามความสามารถในการลอยน้ำได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
4.1 ไข่ลอย (Pelagic Egg) ไข่ชนิดนี้มีเปลือกบาง ค่อนข้างใส เปลือกไม่มีเมือกเหนียว ไข่แดงมีหยดน้ำมันอยู่มาก เมื่อปล่อยออกจากแม่ปลาแล้วมักจะลอยขึ้นอยู่ที่ผิวน้ำ การฟักตัวค่อนข้างเร็ว ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ประเภทนี้จะลอยตัวอยู่ผิวน้ำโดยหงายท้องขึ้น ตัวอย่าง เช่น ปลากระดี่จูบ ปลาแรด ปลากัด ปลากระดี่ชนิดต่างๆ และปลากะพงขาว
4.2 ไข่ครึ่งลอยครึ่งจม (Semibouyant Egg) ไข่ชนิดนี้มีเปลือกไข่บางไม่มีเมือกเหนียว ไข่โปร่งใส ไม่มีหยดน้ำมัน การฟักตัวรวดเร็ว เมื่อปล่อยออกจากแม่ปลาจะจมน้ำ จากนั้นเปลือกไข่จะค่อยๆดูดน้ำเข้าไปในช่อง Perivitelline Space ทำให้เปลือกไข่ขยายตัวออก 3 - 5 เท่า เกิดแรงพยุงให้ไข่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำได้ดี แต่ถ้าไม่มีกระแสน้ำไข่จะจมตัวลงตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ประเภทนี้จะว่ายน้ำพุ่งตัวขึ้นลงตลอดเวลา ตัวอย่าง เช่น ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลาม้าลาย ปลาทรงเครื่อง และ ปลากาแดง
4.3 ไข่จม (Demersal Egg) ไข่ชนิดนี้มักมีเปลือกหนา ไข่ทึบแสง ไม่มีหยดน้ำมัน การฟักตัวช้า เมื่อปล่อยออกจากแม่ปลาจะจมลงก้นบ่อ ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ประเภทนี้จะเกาะคว่ำตัวอยู่ตามวัสดุต่างๆใต้น้ำ ไข่ประเภทนี้ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบ
4.3.1 ไข่จมแบบไม่ติดกับวัตถุ (Non Adhesive-demersal Egg) ไข่ชนิดนี้จะจมอยู่ตามพื้นก้นบ่อหรือก้นภาชนะ ปลาที่มีไข่แบบนี้มีไม่มากนัก เช่น ปลานิล ปลามังกร (arowana)
4.3.2 ไข่จมแบบติดวัตถุ (Adhesive-demersal Egg) ไข่ชนิดนี้เมื่อปล่อยออกจากแม่ปลาและได้สัมผัสกับน้ำ จะเกิดสารเหนียวที่เปลือกไข่ ทำให้ไข่สามารถติดกับวัสดุต่างๆได้ทันทีที่ไข่ไปสัมผัส เช่นตามราก และลำต้นพันธุ์ไม้น้ำ หรือผนังบ่อ ตัวอย่าง เช่น ปลาสวาย ปลาบู่ ปลาทอง ปลาคาร์พ ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์ ปลานีออน ปลากราย และปลาออสการ์

thai fancy fish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 

 

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท08/08/2017
ผู้เข้าชม4,063,048
เปิดเพจ5,469,753
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view