http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




เลี้ยงปลาทองต้องมีชั้นเชิงถึงจะรวย

เลี้ยงปลาทองต้องมีชั้นเชิงถึงจะรวย
การเลี้ยงปลาสวยงาม Thai fancy fish นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 


  
เลี้ยงปลาทองต้องมีชั้นเชิงถึงจะรว


ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับผู้คนมากมายในวงการปลาสวยงาม ทั้งที่เป็นผู้เลี้ยงและผู้เพาะพันธุ์ สำหรับปัญหาต่างๆที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยด้วยโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเพาะเลี้ยงปลานั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปัญหาหลักๆ คือ ไม่รู้จะขายปลาที่เพาะมาอย่างไร แล้วทำอย่างไรจึงจะมัดใจลูกค้าได้ ผมเองก็พยามค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดมาฝากให้กับเพื่อนๆชาวThaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์แห่งนี้ เพื่อที่จะเป็นข้อมูลสำหรับบางท่านกำลังคิดจะเดินเข้ามาในสายอาชีพนี้ หรืออาจจะเป็นแนวทางในการทำงานในธุรกิจปลาสวยงามอื่นๆ ข้อมูลของผมทั้งหมดนี้อาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จแต่อย่างน้อยผมก็คิดว่ามันคงจะจุดประกายความคิด หรือต่อยอดความคิดให้กับใครอีกหลายๆคน หากคุณนำมันไปใช้แล้วประสบความสำเร็จผมก็ถือว่านั่นคือรางวัล มันคือความภูมิใจในสิ่งที่ผมพยามทำ

สำหรับปลาทอง เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันมากทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ สำหรับการเลี้ยงเพื่อดูเล่น หรือเพื่อความเพลิดเพลินนั้นดูจะไม่ยุ่งยากเท่าใดนัก แต่หากคุณต้องเริ่มต้นทำมันเพื่อเป็นอาชีพ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวแล้ว หนทางมันอาจจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะการที่จะขายปลาของเราให้กับร้านค้าหรือลูกค้าดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างปากกพูด แถมยังต้องเจอกับปัญหาราคาที่ไม่แน่นอนและมีการตัดราคา ห้ำหั่นราคากันอย่างดุเดือด ใครที่ทนอยู่ได้ก็อยู่ แต่ใครไม่เข้มแข็งก็ต้องม้วนเสื่อกลับไปนอนชอกช้ำ เพราะปลานั้นซื้อขายกันที่ความพอใจ ใครชอบก็ซื้อไป หากไม่ชอบต่อให้แจกเขาก็ไม่รับ เผลอๆจะมีเคืองกันเสียด้วย

สำหรับการเลี้ยงปลาทองนั้นในปัจจุปันเราไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงในประเทศเท่านั้น แต่เรายังต้องแข่งขันกับต่างชาติ ไม่ว่า ญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว และประเทศจีน โดยเฉพาะประเทศจีนที่สามารถเพาะพันธุ์ปลาจำนวนออกมาแข่งขันกับเราได้อย่างสบาย และบางครั้งปลาทองที่มีขายกันในตลาดปลาสวยงาม บางส่วนก็นำเข้ามาจากประเทศจีน เพราะต้นทุนที่ต่ำ

ซึ่งในส่วนนี้ พี่หนึ่ง NK ฟาร์ม ผู้เพาะเลี้ยงปลาทองระดับประกวดและส่งออกปลาเกรดบน ได้เปิดเผยกับ Thaifancyfish.com ถึงวิธีการขุนปลาทองของทางฟาร์มให้สามารถขายได้ตัวละเป็นหมื่นว่า “เราจะสู้จีนได้ก็เพียงแค่เรามีความชำนาญกว่า และสามารถเพาะปลาออกมาได้สวยกว่า แต่นั่นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เพราะหากเราหยุดเมื่อไหร่ จีนเขาก็ไล่เราทันและจะแซงพวกเราในที่สุด ดังนั้นเราต้องเน้นเรื่องการพัฒนาปลาให้สวยงามและมีโครงสร้างที่ดี สีสันและมาร์คกิ้งต่างๆต้องชัดเจน เราจึงจะสู้เขาได้ เพราะตอนนี้ที่เราสู้เขาไม่ได้แน่นอนคือต้นทุน เขาต้นทุนถูกกว่าเรามาก อีกทั้ง เขาเลี้ยงปลาในบ่อดิน เราเลี้ยงในล็อคปูน(บ่อปูน) แม้นในบ่อดินเราก็จะมีเลี้ยงบ้าง แต่ไม่ใหญ่ขนาดของเขาฟาร์มในเมืองจีนที่บางฟาร์มใช้พื้นที่ภูเขาเกือบทั้งลูกเพื่อเลี้ยงปลาทอง ดังนั้นเราต้องมีความอดทนในการคัดเลือกสายพันธุ์ที่จะนำมาเพาะ” พี่หนึ่งNKกล่าวกับผมในวันที่ผมไปพบที่ฟาร์ม    

นอกจากนั้นคุณลุงประวิทย์ เจ้าของศิริรัตน์ฟาร์มปลาทอง ที่เพาะพันธุ์ปลาทองมานานมากกว่า 30 ปี และเป็นผู้ที่เริ่มจุดประกายฟาร์มปลาทองเป็นเจ้าแรกในจังหวัดราชบุรี และปัจจุปันคุณลุงยังใช้เวลาว่างให้ความรู้กับผู้ที่สนใจรวมถึงในส่วนของสถานศึกษาและภาครัฐในการเพาะเลี้ยงปลาทอง ได้เสริมให้ข้อคิดอีกว่า “การเลี้ยงปลาทอง เราต้องศึกษาและเข้าใจเรื่องโครงสร้างของปลา ต้องมองปลาให้เป็นและวางแผนให้ดีในการที่จะเพาะพันธุ์ปลาในแต่ละชุด และเมื่อได้ปลามาแล้วเราต้องคัดปลาที่สวยจริง ออกมาขายให้กับลูกค้า และต้องไม่โกหก ไม่โก่งราคาปลา ไม่ว่าใครจะมาซื้อเราต้องขายในราคาที่เป็นมาตราฐานเดียวกัน” ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าปลาทองทั้งคู่ยังมีแนวคิดที่เหมือนกันอีกนั่นคือ “การขายปลาทองเราจะมาตัดราคากันเองคงไม่ไหว มันจะอยู่กันไม่ได้ เรามีคู่แข่งที่เป็นชาวต่างชาติมากพออยู่แล้ว เราคนไทยจึงไม่ควรมาต่อสู้กันเอง ควรจะต้องร่วมมือกัน สำหรับกรมประมงน่าจะมีส่วนช่วยเหลือเกษตกรให้มากกว่านี้ ควรจะมีการจัดเรื่องมาตราฐานของปลาทอง และอำนวยความสะดวกหรือส่งเสริมในเรื่องการส่งออก เพื่อให้เกษตกรไทยได้มีโอกาสมากขึ้นในการแข่งขันกับต่างชาติ”

หลังจากที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของฟาร์มปลาที่มีมาตราฐานทั้งสองฟาร์ม ผมมีข้อสรุปในการเลี้ยงปลาทองเพื่อประสบความสำเร็จ และร่ำรวยดังนี้

1.ต้องเน้นที่คุณภาพไม่ใช่จำนวน และต้องใส่ใจเรื่องของมาตราฐานของปลาที่จะขายให้กับลูกค้า

2.ซื่อสัตย์ ฟาร์มปลาต้องมีความซื่อสัตย์กับลูกค้า ไม่อย่างนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน

3.ราคาต้องให้มีความเหมาะสมกับคุณภาพของปลาที่ขาย ไม่ว่าปลาตัวนั้นเราจะเพาะเองหรือเป็นปลาที่ซื้อมาขุนขึ้นฟอร์ม  

4.มีความรับผิดชอบกับปลาที่ขาย หากไม่ดีจริงเราต้องไม่ปล่อยออกไป

ทั้งหมดคือแนวทางและข้อคิดในการทำธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาทองให้ประสบความสำเร็จและร่ำรวย ซึ่งทั้งพี่หนึ่งNK และคุณลุงประวิทย์ แม้นไม่ได้เรียนจบสูงแต่ก็ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว ส่งเสียลูกให้เรียนจบมหาวิทยาลัย ทั้งหมดมันคือความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจ ที่ไม่หลอกลวงนั่นเอง และผมต้องขอขอบคุณทั้งสองท่านที่เสียสละเวลามานั่งคุยกับผม สำหรับเรื่องราวในการเพาะเลี้ยงปลา รวมถึงเทคนิคต่างๆของทั้งสองฟาร์มนี้จะมีการนำเสนอต่อในรูปแบบของสารคดีการเลี้ยงปลาทอง คอยติดตามชมกันครับ

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์
 

 

       


 


 godaddy web statistics

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม4,018,166
เปิดเพจ5,415,029
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view