http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




Koi Mart เปลี่ยนความชื่นชอบมาเป็นธุรกิจฟาร์มปลาคราฟนำเข้า

Koi Mart เปลี่ยนความชื่นชอบมาเป็นธุรกิจฟาร์มปลาคราฟนำเข้า

 

สำหรับวงการปลาคราฟในเมืองไทย ผมว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อโค่ยมาร์ท ฟาร์มปลาคราฟ นำเข้าระดับแนวหน้าฟาร์มหนึ่งของเมืองไทย ที่บริหารงานโดยคุณบวรศักดิ์ หรือพี่โต้ง ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับปลาคราฟมานานหลายสิบปี และวันนี้ ไทยแฟนซีฟิช ดอทคอม มีโอกาสได้เข้าไปพบป่ะพูดคุยกับพี่โต้ง เรื่องเกี่ยวกับปลาคราฟ ซึ่งผมบอกได้เลยว่าหากคุณสนใจเลี้ยงปลาคราฟ หรือคิดจะทำธุรกิจฟาร์มปลาคราฟ ไม่ควรพลาดบทสัมภาษณ์นี้
สำหรับโค่ยมาร์ทนั้น อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะหาไม่ยากครับ อยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะนั่นเอง หากเราขับรถมาจากถนนวิภาวิดีเมื่อทางแยกสถาณีรถไฟหลักสี่ก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ตรงไปเรื่อยๆครับ พอเห็นห้างเซ็นทรัลก็เตรียมเลี้ยวเข้าซอยที่28 ซึ่งซอยจะอยู่ก่อนถึงทางเข้าห้าง เลี้ยวเข้าไปไม่ไกลหรอกครับประมาณ500เมตร ก็จะเห็นป้ายชื่อฟาร์ม เลี้ยวรถเข้าไปเลยครับ ที่นี่ล่ะครับ โค่ยมาร์ท

ผมเองก็พาตัวเองมาพบพี่โต้งหลังจากนัดหมายกันเอาไว้ ซึ่งเมื่อไปถึงก็ได้รับการต้อนรับที่ดีและเป็นกันเองจากพี่โต้งและพนักงานในฟาร์มที่มาช่วยกันตักปลาให้ผมถ่ายรูป เอาล่ะครับไปฟังบทสัมภาษณ์กันดีกว่าครับ

 

"สวัสดีครับพี่โต้งไม่ทราบพี่โต้งเริ่มมาทำธุรกิจฟาร์มปลาคราฟนำเข้านี่อย่างไรครับ"
 

 "เดิมนั้นทางครอบครัวผมทำธุรกิจเหมืองแร่ และโรงงาน กระเบื้องเซรามิก แต่ด้วยที่คุณพ่อผมชอบเลี้ยงปลามาก่อนโดยเฉพาะปลาคราฟ ในยุคที่บางกอกฟาร์มเพิ่งเริ่มเปิดใหม่ๆประมาณสัก30-40ปีมาแล้ว สิบกว่าปีที่แล้วพ่อผมก็เกษียณตัวเอง ช่วงนั้นเลยไปซื้อปลาจากญี่ปุ่นมาเลี้ยงที่บ้าน โดยติดต่อไปเอง เพราะฟาร์มปลาที่เราเคยซื้อเขาก็ไม่มีปลาเข้ามาขายเพราะช่วงนั้นประเทศเรามีปัญหาเศรษฐกิจ คุณพ่อผมเลยคิดว่าจะไปซื้อปลาเองที่ญี่ปุ่น แต่พอเอาเข้ามาเริ่มมากขึ้นก็ไม่มีที่เลี้ยง บางครั้งก็ต้องไปฝากเขาเลี้ยง หลังๆเลยคิดมาทำฟาร์มเอง"
 

"มาเริ่มทำฟาร์มประมาณปีพ.ศ.อะไรครับ"

 "ประมาณปี 40 - 41 ช่วงแรกๆก็ขายเพื่อนฝูงคนรู้จัก ขายกันอยู่หน้าบ้านเลย เอาบ่อยางไปตั้งก็ขายได้ จนถึงช่วงปี42เศรษฐกิจก็ เริ่มดีขึ้น "
 


"ปลาของที่นี่มีฟาร์มหลักจากญี่ปุ่นหรือเปล่าครับ"

 "ไม่นะ...เราซื้อทุกฟาร์มไปทุกที่ ไม่ได้ว่าจะขึ้นอยู่กับฟาร์มไหน"
 


"แล้วปัญหาช่วงแรกๆมีบ้างมั้ย"

 "ก็มี...ช่วงแรกๆที่เริ่มเอาเข้ามาปลาก็ตายเยอะเหมือนกัน แต่เราก็พัฒนาเรียนรู้มาตลอดจนตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว"
"ที่นี่เริ่มมากี่ปีแล้วครับ (ผมหมายถึงฟาร์มที่แถนนแจ้งวัฒนะที่ผมนั่งสัมภาษณ์พี่โต้งอยู่)"

 "ประมาณสิ้นปี42ต้นปี43 คือเอาปลาเข้ามาไม่นานเราก็เปิดฟาร์มขายเลย"
 
"สำหรับช่วงนี้ธุรกิจปลาคราฟเป็นอย่างไรบ้างครับ"

 "ฮื่ม.......เรียกว่าอิ่ม....คือคนไม่เข้าใจคิดว่าทำปลาคราฟแล้วรวย โฮ้โห...ปลาอะไรวะตัวเป็นหมื่นเป็นแสน ซื้อขายเปลี่ยนมือกัน บางตัวซื้อมาหมื่นแต่พอเลี้ยงไปปลาสวยเอาไปขายต่อตัวห้าหกหมื่นอะไรแบบนี้ เขาก็คิดว่ามันเป็นธุรกิจที่กำไรดี ที่จริงมันไม่ใช่...จริงๆมันก็เป็นธุรกิจที่ทำเพื่อสนองตัณหาตัวเองและเพื่อจะมีธุรกิจ ผมบอกจริงๆทุกวันนี้ทำแล้วมีกำไรนิดหน่อยแล้วเลี้ยงลูกน้องได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะธุรกิจนี้มันมีความเสี่ยง ปลามันไม่ใช่ของที่จะเก็บไว้ได้สภาพคงเดิม มันมีอายุ ไม่เหมือนอย่างพวกยาที่ซื้อมามันก็มีอายุในการใช้งานระบุบไว้ชัดเจน แต่ปลาไม่ใช่คุณซื้อมาวันนี้พรุ่งนี้มันอาจจะกลับสวรรค์ไปแล้ว และสำหรับปลานอกจากมันตายมันก็ยังเปลี่ยนรูปได้อีก คุณเลี้ยงไม่ดีราคามันก็ตก อย่างวันดีคืนดีคุณซื้อตันโจเอาเข้ามาจะขายสองแสนต้นทุนอาจจะแสนห้า...โห...กำไรห้าหมื่นลูกค้าต่อนิดต่อหน่อยก็ขายได้แล้ว กำลังฝันอยู่แต่วันรุ่งขึ้นมันโดดขึ้นมาไม่ตายหรอก แต่เอาหัวไปขูดกับปูน หมื่นเดียวยังไม่มีคนซื้อเลย ฉะนั้นมันมีอัตราเสี่ยงแต่คุณก็ทำได้หากคุณเป็น Specialist "
 

"แล้วแบบนี้ทางฟาร์มมีวิธีการบริหารความเสี่ยง(Risk management) กันยังไงครับ"

 "อย่างที่บอกต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ อย่างตอนไปเลือกซื้อปลา ผมถึงเน้นว่าคุณต้องเป็น Specialist คือคุณต้องมองออกว่าปลาที่ซื้อเป็นปลาที่มีอนาคต คือเอาไปเลี้ยงแล้วจะสวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะปลามันเป็นสิ่งมีชีวิตวันนี้ซื้อมาสวยแต่เลี้ยงไปสามเดือนมันอาจจะไม่สวย แต่อีกทางปลาบางตัววันนี้อาจจะไม่สวยหรือสวยกลางๆแต่พอเลี้ยงไปสักปีสองปีมันจะสวยสุดยอด ดังนั้นความสวยของเขามันเป็นเหมือน Life cycle มันมีขึ้นมีลงเหมือนชีวิตมนุษย์ เพราะฉะนั้นบางคนชอบปลาที่ขึ้นเลยก็จะไปซื้อปลาที่กราฟมันขึ้นสุดยอดแล้ว แต่พอขายให้ลูกค้าไปเขาเอาไปเลี้ยงไม่นานมันก็หมดสวย แต่ของเราบอกแล้วเราเป็น Specialist เรา จะซื้อปลาขาขึ้น เราเลือกปลาที่กราฟการขึ้นมันยาวดังนั้นมันก็จะสวยไปนาน"
 
"แบบนี้เวลาไปซื้อปลาทางฟาร์มซื้อปลาไซด์ไหนครับ"
 

 "เราซื้อทุกไซด์ถ้ามองว่าปลาตัวนี้มีอนาคต โดยดูจากโครงสร้าง รูปร่าง สีสันของปลา ดูจากคุณภาพของปลา เพราะเรามีลูกค้าหลายกลุ่ม ขอให้ปลาเราสวยที่สุดก็พอ แต่หากยังขายไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาเพราะเราเลือกปลาขาขึ้นมันก็จะสวยขึ้นเรื่อยๆ "
 

"ปกติการนำเข้าปลาต่อครั้งมีจำนวนเท่าไหร่ครับ"

 "มันแล้วแต่ คือเราไม่กำหนดนะ คือเราไปดูปลาสวยราคาสวยเราซื้อหมด แล้วก็ทยอยเข้า ครั้งหนึ่งก็ไปเจ็ดวันการซื้อปลาก็ไม่กำหนดขึ้นอยู่กับโอกาส เพราะผมมีฟาร์มที่อยู่สระบุรีอีก ราว80กว่าบ่อ ประมาณบ่อละ50ตัน เอาไว้สต๊อกปลา เราจึงไม่ซีเรียสที่จะซื้อมากซื้อน้อย เราไม่ต้องกลัวว่าซื้อมาแล้วต้องรีบขายเพราะปลาคุณภาพมันตกไปเรื่อยๆ วิธีของเราคือซื้อปลามาปุ๊บเราก็เลี้ยงมันไปเรื่อยๆทำให้มันดีที่สุด แล้วค่อยๆขาย"
 
 

"เหมือนกับวิธีซื้อปลามาขุน"

 "ใช่...เพราะเรามีสถานที่ เราจึงทำได้"
 
 

"แล้วปกติการขุนปลาใช้อาหารอะไรครับ"

 "อ๋อ...เราใช้อาหารมาตราฐานสำเร็จรูปจากญี่ปุน บางครั้งเราสั่งเขามาเอง"
 

"ไม่ใช้อาหารปลาจากเมืองไทย"

 "น้อยมาก... อีกอย่างผมว่าปลาญี่ปุ่นมันก็เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นปลาไทยมันก็เหมาะกับอาหารไทย แต่ก็ไม่เหมือนกันนะระหว่างเรากับคนเลี้ยงทั่วไปเพราะเราเลี้ยงแยกแต่คนซื้อเขาเอาไปเลี้ยงแบบผสมกัน"
 

"แล้วพี่มีวิธีการแนะนำลูกค้าอย่างไร"

 "ก็ให้เขาใช้อาหารที่ดีที่สุดที่หาได้ ซึ่งอยู่กับลูกค้า"
 

"อย่างนั้นทางฟาร์มพี่โต้งขายปลาไปแล้วหลังการขายมีบริการลูกค้าอย่างไรบ้างครับ"
 

 "ปกติเรามีรับจ้างล้างบ่อ เพราะการที่เราไปล้างบ่อเราก็จะดูปลาเขาไปด้วย หากมีปลาป่วยเราก็จะบอกและรักษาให้ โดยจะไปตั้งบ่อยางในบริเวณบ้านลูกค้า ซึ่งส่วนนี้มีค่าบริการแต่ลูกค้าก็พอใจ และบางครั้งลูกค้าโทรมาสอบถามเราก็จะให้คำปรึกษาแต่หากซีเรียสมากๆเราก็จะออกไปดูให้ แต่เฉพาะในเขตกรุงเทพปริมณฑลนะ ต่างจังหวัดไกลๆเราคงไปไม่ไหว"
 

"ปกติลูกค้าจะเป็นคนกลุ่มไหน เป็นกลุ่มเลี้ยงเฉยๆหรือกลุ่มประกวดปลา"
 

 "หลากหลายมากครับ เอาแบบนี้แบ่งกลุ่มใหญ่ๆก็3กลุ่ม กลุ่มแรกคือซื้อไปขายต่อ กลุ่มสองเลี้ยงชอบแล้วก็ประกวดด้วย ส่วนกลุ่มสุดท้ายนี้เลี้ยงเฉยๆไม่สนใจประกวดอะไรทั้งนั้นชอบก็ซื้อ กลุ่มนี้ใหญ่สุด โดยอาจจะซื้อปลาตัวสองแสนหรือตัวละห้าร้อยก็ได้ แต่ไม่สนใจรคาแค่พอใจก็ซื้อ ซึ่งเราก็ดูแลเขาง่ายที่สุด แต่กลุ่มที่เลี้ยงประกวดนี่ลำบากในการดูแล ซึ่งปลาบางครั้งมันมีกราฟของมัน บางครั้งเขาเลี้ยงแล้วมันไม่สวยอาจจะเพราะมันยังวิ่งไม่ถึงขีดสุดของมันหรืออาจะเพราะวิธีการเลี้ยงก็ต้องทำความเข้าใจกัน"
 

"แล้วปลาที่ลูกค้าที่นิยมซื้อละครับคือชนิดไหน"

 "โอย...ทุกชนิดครับ เยอะ...บอกไม่ได้ เพราะปลาพวกนี้มีความหลากหลายสีสันลวยลายก็ไม่เหมือนกัน ยกเว้นพวกโอกอน(สีเดียว) อีกอย่างวาไรตี้มันเยอะมาก แล้วปลาคราฟมันเลี้ยงเป็นฝูง เขาจะซื้อโคฮากุไปก่อนแล้วก็อยากได้ซันเก้ไปเพิ่มก็ซื้อซันเก้ แต่พอเลี้ยงไปเฮ้ยมันไม่บราล้านซ์ ก็มาซื้อโชว่าไปเพิ่ม มันก็เลยไม่มีปลาชนิดไหนขายเยอะขายน้อย แต่หากจะแบ่งง่ายๆมันก็มีปลาอยู่สี่สายพันธุ์ โคฮากุ ซันเก้ โชว่า อุซึริ พวกนี้บ่อหนึ่งสามารถใส่ได้หลายตัว ส่วนที่เหลือก็เป็นปลารองซึ่งอาจจะใส่บ่อละตัวหรือสองตัวก็พอ"
 

"แล้วทางฟาร์มพี่รับทำบ่อด้วยมั้ยครับ"

 "ไม่นะ...แต่เราแนะนำได้ เรามีคนรับทำแต่ไม่เกี่ยวกับเรานะ จะเรียกว่าซับก็ไม่ได้เพราะเราไม่มีผลประโยชน์อะไรกับเขา เรียกว่าช่วยกันแนะนำกัน เพราะในทางกลับกันเขาไปทำบ่อให้ใครเขาก็แนะนำลูกค้ามาให้เรา เรียกว่าช่วยกันมากกว่า"
 

"การประกวดปลาคราฟในเมืองไทย พี่โต้งคิดว่ามีน้อยหรือมากไปครับ"

 "ก็ไม่มากไม่น้อยนะ งานใหญ่ๆเราก็มีอยู่3งาน
1.งานของกรมประมง
2.งานของสมาคมผู้รักปลา ซึ่งร่วมกับญี่ปุ่นซึ่งปีหนึ่งเขาจะมีอยู่สองงาน
3.งานที่เชียงใหม่ ซึ่งก็จะพอใหญ่หน่อย
นอกจากนั้นก็เป็นงานทั่วไปที่ใครอยากจะจัดก็จัดกันขึ้นมา ถามว่าเยอะมั้ยก็ไม่มากไม่น้อยนะ เพราะตลาดของเรามันไม่ใหญ่ แต่ถ้ามีเยอะก็ดี"
 

"การเตรียมปลาก่อนประกวดและการขนย้ายปลาเพื่อประกวดต้องทำอย่างไรครับเพราะบางครั้งที่หลายคนบ่นเรื่องการย้ายปลาเพื่อไปประกวด"

 "คือคุณลองทำดู มันจะไม่ยาก ลองทำดูสักครั้งสองครั้ง แต่คุณต้องมีถังออกซิเจนไว้อัดอากาศ โดยก่อนการประกวดคุณต้องเอาปลามาอดอาหาร แต่การอดอาหารไม่ใช่อดในบ่อเลี้ยงนะ แต่คุณต้องมีบ่อยางก่อนการประกวดสักสามสี่วันคุณต้องเอาปลามาไว้ที่บ่อยางเอามาอดอาหาร หลังจากนั้นก่อนการประกวดคุณก็แพ็คปลาไป โดยเอาใส่ถุงแล้วเอาใส่กล่องส่งไปงานประกวดที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดงาน แต่คุณไม่อยากทำก็จ้างเพราะมีคนรับทำ"
 

"แล้วพี่โต้งคิดว่าเราได้อะไรจากการประกวดปลา"

 "ความสนุกของการประกวดปลานี่มันไม่ได้อยู่ที่คุณชนะหรือแพ้นะ ผมมองว่ามันเป็นกิจกรรมที่เชื่อมสัมพันธ์มากกว่า และเราได้ลงแรงในการแพ็คการส่งปลามันเหนื่อยแต่พอได้รางวัลคุณจะมีความสุขมันภูมิใจกับสิ่งที่ทำ"
 

"นักเลี้ยงปลามือใหม่ส่วนใหญ่ซื้อปลาไปแล้วก็อยากให้ปลาตัวเองได้รางวัล"

 "มันผิด...มันข้ามขั้นตอน ผมอยากจะแนะนำ ให้เลี้ยงก่อนเลี้ยงจนเก่งแล้วถึงค่อยประกวด ไม่ใช่สร้างบ่อเสร็จเดินไปฟาร์มไปแล้วบอกอยากได้ปลาประกวด แบบนี้ฟาร์มเลียปากเลย"
 

"สำหรับผู้เริ่มเลี้ยงปลาคราฟควรใช้บ่อกี่ตันครับ"

 "ผมว่าส่วนนี้บางกอกฟาร์มเขาทำไว้ดีนะคือ 5 x 3.5 เมตร ลึก1.5 เมตร มันเหมาะกับเมืองไทย ส่วนปลาที่เลี้ยงก็แนะนำว่าเลี้ยงขนาดน้ำ1ตัน : ปลา1ตัว เพราะพอปลาโตแล้วก็ไม่ต้องเอาปลาออก เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำในบ่อปลาคราฟนะไม่มีดีขึ้นหรอกมีแต่แย่ลง ยิ่งปลามากน้ำยิ่งแย่ ระบบกรองอย่าลืมว่ามันไม่ได้ทำให้น้ำสะอาดขึ้นมันแค่ทำให้น้ำคงสภาพเดิมถึงเราจะมีน้ำใหม่ลงไปก็ไม่ช่วยอะไรมาก "
 

"สรุปเสน่ห์ของปลาคราฟสำหรับพี่โต้งคืออะไรครับ"

 "มันโตได้ ลวดลายมันปรับเปลี่ยนได้มันมีความหลากหลาย ตามขนาดและสัดส่วน อย่างปลาหมอสีเนี่ยคุณเลี้ยงไปจนถึงไซด์เท่านี้ มันก็ไม่เปลี่ยนแล้วมันก็จบแล้ว แต่ปลาคราฟไม่ใช่ แล้วลวดลายมันก็ไม่หลากหลายเหมือนอย่างปลาคราฟด้วยดูสิหมอสีแดงมันมีตรงนี้ ลวดลายเป็นแบบนี้ทุกตัวมันก็แดงตรงนี้ลวดลายแบบนี้เหมือนๆกันหมด แต่ปลาคราฟไม่ใช่ อีกอย่างปลาคราฟมันเชื่องฝึกได้ให้กินอาหารกับมือได้ เราจับมันได้เล่นกับมันได้"
 

"สำหรับนักเลี้ยงปลาหน้าใหม่หรือผู้ที่สนใจจะเลี้ยงควรจะเริ่มจากปลาอะไรครับ"

 "อยู่ที่คุณ...อยู่ที่งบประมาณของคุณ เพราะเงินที่จะจ่ายกับความสุขที่คุณได้รับ คุณจ่ายเงินมากเงินน้อยแต่คุณก็ได้ความสุขเท่ากัน ไม่จำเป็นต้องราคาสูงสุดหรือราคาถูกสุดมันอยู่ที่ความพอใจของคุณ เพราะปลาคราฟไม่มีอะไรสูงสุดมันเปลี่ยนได้ด้วยตัวมันเอง"
 

การสนทนากันในวันนี้ระหว่างผมกับพี่โต้ง ทำให้ผมได้รับความรู้และข้อแนะนำมากมายที่เป็นประโยชน์สำหรับการเลี้ยงปลาคราฟ พี่โต้งยังได้กล่าวถึงปลาคราฟที่มีขายอยู่ทั่วไปตามตลาดขายปลาสวยงามว่าเราไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ดี ได้ปลาไม่สวยทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา หากเราศึกษาและเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับปลาคราฟมามากพอสมควรแล้ว ไม่มีอะไรมาหลอกเราได้ และแนวคิดอีกอย่างของพี่โต้งแห่งโค่ยมาร์ทที่ผมรู้สึกประทับใจก็คือการเลี้ยงปลาของให้เรามีความสุขกับการเลี้ยงก็พอ ไม่จำเป็นว่าเราต้องเลี้ยงปลาแพงที่สุด เพราะความสุขนั้นมันไม่ได้วัดด้วยตัวเงิน ไม่ว่าคุณจะมีกำลังทรัพย์เท่าไหร่ก็ซื้อความสุขได้เท่ากัน
สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณพี่โต้งอีกครั้งที่ให้ผมได้เข้าไปพูดคุยด้วย เพราะพี่โต้งเองก็มีงานมีธุรกิจด้านอื่นๆที่ต้องดูแลทำให้มีเวลาน้อยที่จะมานั่งคุยกับใครเป็นชั่วโมงๆ ขอบคุณมากครับ...
 

Tags : ปลาสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม อาหารปลาสวยงาม ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหางนกยูง ปอมปาดัวร์

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม4,018,198
เปิดเพจ5,415,061
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view