http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




Lates japonicas ปลากระพงญี่ปุ่น

Lates japonicas ปลากระพงญี่ปุ่น

 

Lates japonicas

เรื่องราวของกลุ่มปลานักล่าขนานแท้นั้น หากมีการตั้งคำถามว่า คือ ปลาอะไรในความคิดของเรา? ต่างคนก็ต่างความเห็น บ้างก็ใช้คมเขี้ยวเป็นเกณฑ์ บ้างก็ใช้ความตะกละเป็นเกณฑ์ กระทู้ที่ตั้งวันนี้นั้น ผมต้องการนำเสนอปลานักล่าใน สกุล ลา-ติส(Genus Lates ) สำหรับคนที่เขาไม่รู้จักชื่อปลากลุ่มนี้ก็คงเกาหัวเหมือนกันว่า ”ปลาอะไรหว่า?” แต่ถ้าบอกว่าเป็นปลาที่มีรูปร่างหน้าตาแบบปลากะพงขาว บางอ้อ อาจจะเป็นคำอุทานที่แสดงให้เห็นว่า คลายข้อสงสัยได้มากทีเดียว.

ปลากระพงขาว Lates calcariferหลังจากเมื่อทราบแล้วว่าเป็นกลุ่มปลากะพงขาว ปลากะพงขาวมีชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ว่า Lates calcarifer ซึ่งลักษณะโดยทั่ว ๆ ไปของปลากะพงขาว มีลักษณะลำตัวค่อนข้างยาวและหนาแบนข้างเล็กน้อย บริเวณไหล่จะโค้งมน ส่วนตัวจะลาดชันและเว้า ส่วนของขากรรไกรล่างยื่นยาวกว่าขากรรไกรบนเล็กน้อย ปากกว้าง ขอบปากบนเป็นแผ่นใหญ่ แยกเป็นแนวตอนต้น และตอนท้ายอย่างชัดเจน บริเวณส่วนปากจะยืดหดได้บ้าง ช่องปากเฉียงลงด้านล่างเล็กน้อย มีฟันเล็กละเอียดบนขากรรไกรบนและล่างและที่เพดานปาก ตาของปลาชนิดนี้มีขนาดกลาง ไม่มีเยื่อที่เป็นไขมันหุ้ม แผ่นปิดเหงือกมีขนาดใหญ่ มีขอบหลังเป็นหนามแหลม 4 ซี่ และเรียงต่อด้วยซี่เล็ก ๆ จัดตามแนวหลัง ด้านบนส่วนหัว และบนแผ่นเหงือก มีเกล็ดขนาดต่าง ๆ กัน เกล็ดบริเวณลำตัวค่อนข้างใหญ่ ด้านหลังมีสีเทาเงินหรือเขียวปนเทา ส่วนท้องมีสีเงินแกมเหลือง บริเวณด้านข้างของลำตัวมีสีเงิน ครีบหลัง ครีบก้น ครีบหาง จะมีสีเทาปนดำบาง ๆ มีครีบหลัง 2 ตอน ตอนแรกอยู่ตรงตำแหน่งของครีบท้อง มีก้านครีบแข็ง ที่แหลมคมขนาดใหญ่ 7-8 ก้าน เชื่อมต่อกันด้วยเยื่อบาง ๆ ครีบหลังตอนที่ 2 แยกจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด มีก้านครีบแข็ง 1 ก้าน ก้านครีบอ่อนมีปลายแตกแขนงมี 10-11 ก้าน ครีบหูและครีบอกยาว ไม่ถึงรูก้น ครีบก้นมีตำแหน่งใกล้เคียงกับครีมหลังตอนที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยก้านครีบแข็ง 3 ก้าน ก้านครีบอ่อน 7-8 ก้าน ข้อหางสั้น ครีบหางค่อนข้างกลมเส้นข้างตัวโค้งไปตามแนวสันหลัง มีเกล็ดบนเส้นข้างตัว 52-61 เกล็ด

บางคนอาจจะไม่มีปุจฉาต่อจากนี้ แต่สำหรับบางคนอาจจะมีการตั้งปุจฉาแตกแขนงออกไปมากบ้าง น้อยบ้าง ตามลำดับ. ด้วยชื่อเสียง เกี่ยวกับขนาด และ การสวาปาม กลับกลายเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสำหรับผู้นิยมชมชอบปลานักล่าสกุลนี้ เพียงแต่ขอฝากไว้นิดนึงว่าปลากลุ่มนี้ ในบางชนิดที่ปรากฏในผืนที่บางส่วนอย่างกาฬทวีปที่มีการนำเข้า เพื่อการเพาะเลี้ยงสำหรับ การอุปโภค บริโภค นั้นกลับกลายเป็นความฉิบหายในระบบนิเวศน์โดยแท้จริง.

 แต่ความจริงก็คือความจริง สำหรับประเทศไทยนี้ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ อันนี้บอกเลยไม่ห้าม เพียงแต่ เราควรจะศึกษาหาข้อมูลกันสักหน่อย เพื่อให้เข้าใจได้ตรงกัน ผมต้องขอแยกประเด็นออกเป็น ชนิดที่พบได้ในเมืองไทย ในเอเชีย หรือ ในแอฟริกา ส่วนตัว วิตกแค่ในเรื่องของการหลุดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติของชนิดอื่นนอกจากชนิดที่พบในไทย หากเขาสามารถปรับสภาพจนถึงขนาดแพร่พันธุ์กันเองโดยตามธรรมชาติ สมมติว่าเป็นไปไม่ได้ก็สบายใจ แต่ถ้าเป็นไปได้อันนี้ก็คงต้องติดตามเรื่องราวกันต่อไป

วันนี้ถือโอกาสขอนำเสนอปลากะพงที่พบในประเทศญี่ปุ่นอย่าง Lates japonicus เนื่องจากกระแสของปลาชนิดนี้ในตลาดปลาสวยงามของบางประเทศค่อนข้างจะเป็นที่นิยมทีเดียว ก่อนจะเข้าสู่หัวเรื่อง เรามาทำความเข้าใจในแง่พื้นๆกันก่อนว่าปลาที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นปลากะพงขาวหรือ สกุล ลา-ติส(Genus Lates ) ในปัจจุบันพบทั้งหมด 9 ชนิด แบ่งตามพื้นที่ๆพบเห็นได้ดังนี้ครับ

A. เป็นชนิดที่พบในทวีปเอเชีย ได้แก่

Lates calcarifer (Bloch 1790) (ลา-ติส แคล-คา-ริ-เฟอ) พบใน ทะเล น้ำกร่อย และ น้ำจืด ในออสเตรเลีย และชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่ของเอเชี๋ยน.

Lates japonicus Katayama & Taki 1984(ลา-ติส จา-โพ-นิ-คัส) พบบริเวณชายฝั่งทะเลฟากมหาสมุทรแปซิฟิคของ เกาะคิวชู และ เกาะชิโคคุ ของญี่ปุ่น.

B. เป็นชนิดที่พบในทวีปแอฟริกา ได้แก่ 

Lates angustifrons Boulenger 1906(ลา-ติส แอง-กัส-ติ-เฟรนส์) พบในแซมเบีย ทะเลสาบทังกันญิกา.

Lates longispinis Worthington 1932(ลา-ติส ลอง-อัย-สะ-พิ-นิส) พบใน ทะเลสาบ รูดอลฟ์ ,เคนยา.

Lates macrophthalmus Worthington 1929(ลา-ติส แม็ค-โคลฟ-ทัล-มัส) พบใน ทะเลสาบ อัลแบร์ อัฟริกาตะวันออก.

Lates mariae Steindachner 1909(ลา-ติส แม-รี) พบในทะเลสาบทังกันญิกา.

Lates microlepis Boulenger 1898(ลา-ติส ไม-โครว-เล็พ-พิส) พบในทะเลสาบทังกันญิกา.

Lates niloticus (Linnaeus 1758) (ลา-ติส นิ-โลว-ติ-คัส) ทะเลสาบ รูดอลฟ์ ,ทะเลสาบ อัลแบร์.

Lates stappersii (Boulenger 1914) (ลา-ติส สะ-ตัพ-เปอ-สิ-อาย) พบในทะเลสาบทังกันญิกา.

เริ่มจากการตรวจสอบข้อสงสัยว่าปลากะพงที่พบในญี่ปุ่นนั้น แตกต่างกับปลากะพงที่พบใน ไทย ฟิลิปินส์ และ ออสเตรเลีย อย่างไร? หลังจากที่มีการตรวจสอบโครงสร้างภายนอกแล้วพบว่า ปลากะพงที่พบในญี่ปุ่น แตกต่างกับปลากะพงที่พบในพื้นที่ต่างๆ ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว และมีรายงานการบรรยายทางวิชาการ “ Lates japonicus , a new centropomid fish from Japan. “ บรรยายโดย ท่านอาจารย์ Masao Katayama และ ท่านอาจารย์ Yasuhiko Taki ไว้ในปี ค.ศ.1984 หรือ ตรงกับปี พ.ศ. 2527
รายละเอียดบางส่วนผมเขียนลงไปในภาพโดย ผมคิดเอาเองว่า น่าจะง่ายสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้มากขึ้น สำหรับปลากะพงขาวญี่ปุ่น.เนื่องจากความเข้าใจในเบื้องต้น ทำให้เข้าใจว่าปลากะพงที่พบในบางพื้นที่ของเกาะญี่ปุ่นเป็นปลากะพงชนิดเดียวกันกับที่พบในไทย ออสเตรเลีย แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นคนละชนิดกัน จึงต้องมาดูว่า ปลาทั้ง2ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร?

ข้อแตกต่าง

ปลากระพงญี่ปุ่นความลึกของลำตัว(Body depth) : ใน L.japonicus จะมีลำตัวที่ลึกกว่า L.calcarifer เปรียบเทียบความยาวระหว่างก้านครีบหนามก้านที่3ของครีบหลัง กับ ความยาวครีบท้อง (Compare between the length of 3rd. dorsal spine with the length of pelvic fin.) : ใน L.japonicus มีครีบหนามที่ยาวกว่าครีบท้อง แต่ใน L.calcarifer มีก้านครีบหนามก้านที่3 สั้นกว่า.เปรียบเทียบความยาวระหว่างก้านครีบหนามก้านที่2ของครีบก้น กับ ความยาวของก้านครีบหนามก้านที่3ของครีบก้น (Compare between the length of 2nd anal spine with the length of 3rd anal spine.) : ใน L.japonicus มีก้านครีบหนามที่2ยาวกว่าก้านครีบหนามที่3 แต่ใน L.calcarifer มีก้านครีบหนามก้านที่2 สั้นกว่าก้านครีบหนามที่3.

จำนวนก้านครีบอ่อนของครีบหู (Amount of pectoral fin rays.) : ใน L.japonicus มีก้านครีบอ่อนที่แตกแขนง = 16 ก้านครีบ L.calcarifer มีก้านครีบดังกล่าวที่ = 18 ก้านครีบ. จำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัวถึงฐานครีบหาง(Amount of lateral line scales) : ใน L.japonicus = 61-63 เกล็ด ในขณะที่ L.calcarifer = 54-57 เกล็ด .จำนวนเกล็ดตามแนวขวาง(Amount of transverse scales) : นับเกล็ดจากจุดเริ่มต้นครีบหลัง / จำนวนเกล็ดข้างลำตัว(ค่าตรงนี้ต้องเท่ากับ1) / จำนวนเกล็ดที่นับจากจุดเริ่มต้นของครีบก้นขึ้นไปหาเกล็ดเส้นข้างลำตัว : ใน L.japonicus = 7-8/1/12-13 เกล็ด ในขณะที่ L.calcarifer = 6/1/9-10 เกล็ด.จำนวนซี่กรองเหงือก (Amount of gill rakers) : ใน L.japonicus = 2 + 1+ 6-7 ในขณะที่ L.calcarifer = 3 + 1 + 8-9.แหล่งที่พบ : มีรายงานระบุว่าปลากะพงญี่ปุ่นนี้พบบริเวณ เกาะชิโคคุ และ เกาะคิวชู ที่ซึ่งมีการบันทึกว่า มีการให้กำเนิดในบริเวณนี้ หลังจากนั้นปลาวัยอ่อนจะเข้ามาเลี้ยงตัวในน้ำจืดแถบแม่น้ำ ชิมันโท และแม่น้ำ โอโยวโด.

บทความโดย เตี้ย จิรชัย
www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

**อ่านบทความปลาแม่น้ำ**  

Tags : ปลาสวยงาม ปลากัด ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาอะโรวาน่า ปลาคาร์พ

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท08/08/2017
ผู้เข้าชม4,060,553
เปิดเพจ5,466,821
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view