http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




การรักษาโรคปลาหางนกยูง

การรักษาโรคปลาหางนกยูง

 

Thai Fancy Fish dot com Fish Magazine on line

 

 

หลายครั้งที่ผมเองประสบปัญหาในการเลี้ยงปลาสวยงาม ในสมัยก่อนนั้นการเลี้ยงปลาสวยงามไม่ใช่เรื่องที่จะทำความเข้าใจกันได้ง่ายๆเหมือนสมัยนี้ เพราะการเข้าถึงข้อมูลต่างๆเป็นเรื่องยาก อีกทั้งไม่สามารถหาข้อมูลที่ต้องและเป็นวิชาการ ส่วนมากจะเป็นในลักษณะของการบอกเล่าแบบปากต่อปาก

ผมเองเลี้ยงปลาสวยงามานานหลายสิบปี เลี้ยงปลามามากมายหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งทดลองเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ ทั้งประสบความสำเร็จทั้งล้มเหลว

และปลาชนิดหนึ่งที่ผมเลี้ยงและเพาะพันธุ์ ก็มีปลาตัวเล็กๆอย่างหางนกยูงรวมอยู่ด้วย ผมจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มเลี้ยงปลาหางนกยูงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็สนใจปลาหางนกยูงมาตลอดด้วยเพราะสีสันที่หลากหลาย รวมถึงเป็นปลาที่สมารถเพาะขยายพันธุ์ได้ง่าย แต่ก็นั่นล่ะ ปลาหางนกยูงก็มักจะตายง่ายด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาหางนกยูงในอ่างเล็กๆ เลี้ยงปลาไม่กี่ตัวคงไม่มีปัญหามากนักกับปลาที่ป่วย แต่หากเลี้ยงเป็นจำนวนมากๆ มีหลายๆบ่อ มีปลาจำนวนหลายพันตัวการที่ปลาตัวหนึ่งป่วยนั้นมันส่งผลกระทบในวงกว้างกับปลาที่เลี้ยงทั้งหมด

** ดังนั้นบทความนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องโรคของปลาหางนกยูงและวิธีการรักษากัน **

1.โรคจุดขาว White spot disease

โรคนี้เกิดจากสัตว์เซลเดียว ( โปรตัวซัว ) ที่ชื่อว่า Ichthyophthirus multifilis หรือที่พวกเราชอบเรียกกันแบบย่อยๆว่า อิ๊ค ( Ich ) โดยโรคนี้อิ๊คจะเข้าไปเกาะที่ตัวปลาและฝังตัวยู่ที่ผนังชั้นนอกของปลา ซึ่งจะสร้างความระคายเคืองทำให้ปลาจะสร้างเซลผิวหนังเพื่อคลุมอิ๊กไว้ทำให้เห็นเป็นจุดขาว สำหรับโรคนี้หากไม่รีบทำการรักษา จุดขาวๆก็จะลามไปทั่วตัวปลา

วิธีการรักษา หากมีอิ๊กฝังอยู่ใต้ผิวหนังของปลายังไม่มีวิธีการรักษา แต่วิธีที่ได้ผลคือการทำลายตัวอ่อนของอิ๊ค โดยใช้ฟอร์มาลิน 25 มิลลิกรัม/ลิตร ผสมกับมาคาไลน์กรีน 0.1 มิลลิกรัม/ลิตร แช่ติดต่อกัน 3-4 วัน

2.โรคสนิม เกิดจากสัตว์เซลเดียว ( Oodinium sp.) โดยเจ้าโรคนี้จะเกาะติดตามเหงือกปละผิวหนังของปลาหางนกยูง หากเกาะมากๆจะดูคล้ายกับกำมะหยี่สีเหลืองปนน้ำตาล

วิธีการรักษา ใช้วิธีการป้องกันโดยใช้เกลือเข้มข้น 1% แช่ปลานาน 24 ชั่วโมง และควรทำซ้ำทุก2วัน จนกว่าจะหาย

3.โรคปลิงใส

สำหรับโรคนี้เกิดจากปรสิตสองชนิด คือ Gyrodactylus และ Dactylogyrus มักจะพบตามบริเวณเหงือกและผิวหนัง โดยเหงือกของปลาหางนกยูงจะเปิดออก และปลาจะพยามฮุบอากาศตลาดเวลา ส่วนเหงือกก็จะบวมและมีสีซีด

                วิธีการรักษา ใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 40-45 มิลลิกรัม/ลิตร หรือ ดิพเทอร์เร็กซ์ เข้มข้น 0.5-0.8 มิลลิกรัม/ลิตร แช่ทิ้งไว้จนกว่าปลาจะหาย

4.โรคหนอนสมอ ( Lerneae sp.)

หนอนสมอจะมีลักษณะลำตัวเป็นทรงกระบอก และมีตะขอที่ส่วนหัวคล้ายกับสมอ ไว้ทำหน้าที่ยึดเกาะกับตัวปลา

                วิธีการรักษา สำหรับปลาหางนกยูงที่ป่วยด้วยเจ้าหนอนสมอ ให้ใช้ ดิพเทอร์เร็ก เข้มข้น 0.25-0.5 มิลลิกรัม/ลิตร แช่ปลาและทำซ้ำกัน 3-4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งเว้นระยะประมาณ 5-6 วัน

5. โรคครีบ-หางกร่อน

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยปลาหางนกยูงจะมีอาการ ครีบและหางกร่อน ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง

วิธีการรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะออกซิเททราไซคลิน หรือ เททราไซคลิน ผสมลงไปในน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาหางนกยูงในอัตราส่วน 10-20 มิลลิกรัม/ลิตร หรืออาจจะใช้เกลือ 0.5-1% ก็ได้ครับ

6.โรคตัวด่าง ( Colummaris disease ) หรือ Cotton wooldisease โรคชนิดนี้จัดเป็นโรคที่อันตรายที่สุดสำหรับปลาหางนกยูง สาเหตุของโรคเกิดจากแบคทีเรียโดยจะเริ่มที่ขอบของครีบหางจะเริ่มเป็นสีขาวและเริ่มเน่า และจะมีอาการเหงือกเน่าโดยเหงือกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงคล้ำและปากเปื่อย ครีบและหางจะกร่อน ปลาจะมีปัญหากับระบบการหายใจและตายในที่สุด

วิธีการรักษา ให้แช่เกลือ 0.5-1 % จนกว่าปลาจะหายป่วย แต่หากปลามีอาการป่วยรุนแรงให้แช่ด่างทับทิมประมาณ 2-3 วัน เปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ทุกวัน และแช่ซ้ำจนกว่าปลาจะหายป่วย

7. โรคตัวเปื่อย เกิดจาก Tetrahymena sp. ซึ่งเป็นโปรโตซัวในปลาหางนกยูง โดยปลาที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีลักษณะอาการภายนอกที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน โดยผิวของปลาจะมีสีซีดเป็นสีเทาขาวสลับกับสีผิวปกติของปลา ทำให้ดูเหมือนปลามีสีด่างๆทั่วลำตัว และเมื่อปลาป่วยมากจะมีเลือดออก เกล็ดตั้งพองขึ้น และเกล็ดจะหลุดไปในที่สุด ถ้ามีอาการติดเชื้อที่ค่อนข้างรุนแรง จะทำให้ผิวหนังของปลาถูกทำลายกลายเป็นร่องหลุมลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อของปลา นอกจากนี้ปลาจะว่ายน้ำช้าลงและมีอาการซูบผอม บางตัวมีครีบกร่อน เหงือกบวม ซีดและตายในที่สุด

วิธีการรักษา ถ้ามีอาการติดเชื้อระยะแรกๆให้ใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 25-30 มิลลิกรัม/ลิตร สาดลงในบ่อปลาหางนกยูง และให้ออกซิเจนนาน 24 ชั่วโมง แล้วเปลี่ยนถ่านน้ำ โดยทำซ้ำ 2 ครั้ง แต่หากมีการติดเชื้อที่รุนแรงการรักษาโรคนี้จะค่อนข้างยาก และวิธีที่ดีที่สุดคือการทำลายปลาทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

 

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจเลี้ยงปลาหางนกยูงเป็นกิจกรรมยามว่างหรือแม้นแต่ผู้ที่กำลังคิดที่จะเลี้ยงเพื่อหารายได้กับปลาหางนกยูง ผมคิดว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกๆคนนะครับ

 

ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลา

www.thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

Tags : ปลาสวยงาม การเี้ลี้ยงปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม โรคปลาสวยงาม ท่องเที่ยวเมืองไทย แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท13/06/2017
ผู้เข้าชม3,982,300
เปิดเพจ5,371,783
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view